อธิการฯ มศว แจงทำไมต้อง "รับตรง" และถึงเวลายกเครื่องใหม่อีกรอบ

โพสต์19 ก.ย. 2556 19:45โดยPramern Boonsena

ชี้แต่ละวิธีการมีทั้งข้อดี-ข้อด้อย อย่าเพิ่งด่วนสรุป!


นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงการที่ มศว รับนิสิตเข้าเรียนในแต่ละปีการศึกษานั้น เรารับจำนวนเท่ากันระหว่างแอดมิสชั่นส์กลาง และการสอบตรงโดยทางมหาวิทยาลัย เป็นผู้จัดคัดเลือกเด็กเข้าเรียนด้วยตัวเอง ในสัดส่วน 50:50 ทั้งนี้ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เห็นตรงกันกับที่พ่อแม่ผู้ปกครอง และทาง รมว.ศึกษาธิการ และนักวิชาการบางท่าน ถึงการเดินสายสอบตรงของนักเรียน และ ทปอ.ก็คุยกันและหาทางออกในเรื่องนี้ โดยจะจัดการสอบตรง ให้อยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน เพื่อลดปัญหาการเดินทางสอบตรงในหลายๆ ที่ของนักเรียน

"มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ตระหนักถึงการสอบเข้าในระดับอุดมศึกษา เพราะเราต้องจัดการเรียนการสอนให้นิสิต นักศึกษาตลอดเวลาที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เป็นเวลา 4 ปี 5 ปี และถึง 6 ปี ดังนั้น เราจะต้องคัดเลือกเด็กให้ได้ตามศักยภาพของเด็ก ว่าเด็กชอบ และต้องการเรียนในคณะไหน สาขาไหน เพื่อให้สอดรับกับอุดมการณ์ และแนวคิดของแต่ละมหาวิทยาลัย ที่ต้องการเด็กเข้าเรียนไม่เหมือนกัน

มหาวิทยาลัยต้องมีวิธีการของตัวเอง และเมื่อนิสิต นักศึกษาเรียนสำเร็จในสาขา คณะต่างๆ เขาจะต้องสำเร็จออกไปประกอบอาชีพในสิ่งที่ตัวเองได้ร่ำเรียนไป โดยไม่ออกกลางคัน หรืออเรียนไม่จบ หรือเรียนไปแล้วเกิดค้นพบว่าไม่ชอบ เป็นการเสียเวลาและงบประมาณ ซึ่งไม่เพียงแค่งบฯ ส่วนตัว หากแต่หมายรวมไปถึงงบฯ ภาษีประชาชนด้วย แนวทางการสอบตรง ที่มหาวิทยาลัยจัดสอบเองนั้น จึงสามารถคัดเลือกเด็กได้ตามศักยภาพ ตามความชอบความถนัดของตัวเองมากที่สุด ขณะเดียวกันเรา ก็ไม่ต้องการให้ผู้ปกครองต้องรับภาระมาก ทาง ทปอ.จึงคุยกัน เพื่อทำให้การรับตรงไม่เกิดภาระกับผู้ปกครอง"

นพ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการสอบเข้ามหาวิทยาลัย มีการจัดสอบเอ็นทรานซ์ สิ่งที่เราเห็นคือมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่มีจุดด้อย คือไม่เปิดโอกาสให้กับผู้สอบ หากพลาดก็คือพลาด ตลอดถึงเป็นการสร้างความเครียดให้กับผู้สอบ จากนั้นมีการเปลี่ยนจากระบบเอ็นทรานซ์ มาเป็นระบบแอดมิสชั่นส์ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ระบบการกวดวิชาลดลง ความเครียดลดลง หากแต่มันไม่สามารถลดความเครียด และการกวดวิชาของเด็กไทยลงได้เลย กลับจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

อีกทั้งการได้เด็กเข้าเรียนก็ไม่ตรงกับความชอบ ความถนัดของเด็ก การสอบตรง จึงเข้ามาช่วยเสริมการคัดเลือกคนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้เด็กตรงกับอุดมการณ์และแนวคิดของมหาวิทยาลัย ซึ่งสาขาและบางคณะใช้คะแนน หรือวิธีการของแอดมิสชั่นส์ไม่ได้ มันไม่สามารถวัดเด็กได้ด้วยคะแนนเหล่านั้น จึงต้องมีการสอบตรง เพื่อมาเสริมการคัดเด็กด้วยวิธีแอดมิสชั่นส์ แต่การสอบตร งก็ทำให้เด็กตระเวนสอบหลายสนามมากเกินไปอีก

...ทั้งนี้ จะเห็นว่าคงถึงเวลาแล้วที่เราต้องชุดประชุม เพื่อปรับวิธีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง ให้มีความสมบูรณ์ในตัวเองและลดปัญหาต่างๆ ลง

 

ที่มา สยามรัฐ

Comments