"เอนก" เผย แจกคูปองเงินสดเป็นข้อเสนอ แค่โยนหินถามทาง +โพสต์เมื่อวันที่ : 1 ต.ค. 2556

โพสต์30 ก.ย. 2556 21:06โดยPramern Boonsena

“เอนก” เผยแนวคิดแจกคูปองเงินสด 3 พัน ให้พ่อแม่ซื้อแท็บเล็ตเองปี 57 เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่งในการประชุมย่อย งานปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ที่ยกมาเพราะต้องการโยนหินถามทางก่อน


วันนี้ ( 30 ก.ย.) นายเอนก รัตน์ปิยะภาภรณ์ ผู้อำนวยการเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมสัมมนาวิชาการและเครือข่ายคนทำงานเพื่อขับเคลื่อน มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในหัวข้อเด็กไทยกับไอที ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในปีการศึกษา 2556 อยู่ ซึ่งในการเสวนาวิชาการดังกล่าวตนจึงได้นำเสนอแนวคิดการจัดซื้อแท็บเล็ตในปีงบประมาณ 2557 เพื่อแจกให้กับเด็กชั้น ป.1 และ ม.1 โดยแจกคูปองเงินสดใบละ 3,000 บาทให้กับผู้ปกครองนักเรียนนำไปซื้อแท็บเล็ตเอง ภายใต้สเปกกลางที่หน่วยงานราชการกำหนด จำนวนเงิน 3,000 บาทดังกล่าวนั้นผู้ปกครองสามารถซื้อเครื่องแท็บเล็ตจากประเทศจีนได้ หรือหากใครที่ต้องการเครื่องอื่นๆ เช่น ไอแพด ซัมซุง ฯลฯ ก็เพิ่มเงินส่วนต่างเอง

“แนวคิดเรื่องแจกคูปองนี้เป็นเพียงข้อเสนอหนึ่งจากผู้เข้าร่วมในการประชุมกลุ่มย่อย ภายใต้การประชุมรวมพลังปฏิรูปการศึกษา ครั้ง 2 เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมาเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นข้อยุติ เนื่องจากระหว่างการประชุมมีผู้ตั้งคำถามถึงแนวทางหรือแนวโน้มที่การจัดหาและใช้แท็บเล็ตในอนาคต ขณะเดียวกันก็มีข้อคิดเห็นจากผู้ปกครองบางส่วนระบุว่าแท็บเล็ตจากจีนนั้นคุณภาพไม่ดี จึงเกิดเป็นข้อเสนอขึ้นมาว่าเป็นไปได้หรือไม่ หากจะใช้วิธีการแจกเป็นคูปองเงินสดเพื่อให้พ่อแม่ไปเลือกซื้อเครื่องแท็บเล็ตให้ลูกตามที่ต้องการ หากใครอยากได้ที่ดีกว่าก็เพิ่มเติมเงินส่วนต่างเอง ซึ่งนอกจากจะได้เครื่องตามคุณภาพที่ต้องการแล้ว วิธีการนี้จะช่วยลดปัญหาการจัดซื้อโดยหน่วยงานราชการ เพราะปัจจุบันที่ดำเนินการจัดซื้อแท็บเล็ตปีการศึกษา 2556 นั้นหลายฝ่ายมองว่ามีปัญหาล่าช้าไม่ได้ตามเป้าหมาย เพราะฉะนั้น แนวคิดนี้จึงเป็นลักษณะของการโยนหินถามทาง และดูผลตอบกลับจากผู้ปกครองว่าเห็นด้วยหรือไม่ หรือมีความคิดเห็นอย่างไรเท่านั้น” นายเอนก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าในการทำสัญญากับบริษัทที่ชนะการประมูล คือ บริษัท เซิ่นเจิ้น อิงถัง ซึ่งชนะการประมูลในโซนที่ 1 (ภาคกลางและภาคใต้) ป.1 จำนวน 431,105 เครื่อง และ โซน 2 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ระดับ ป.1 จำนวน 373,637 เครื่อง และบริษัท จัสมิน เทเลคอมซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลโซนที่ 4 โซน 4 (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ม.1 และครู จำนวน 402,889 เครื่อง ขณะนี้ทั้ง 3 โซนได้มีการทำสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากนี้ทั้ง 2 บริษัท จะต้องจัดส่งเครื่องแท็บเล็ตงวดแรกภายหลังเซ็นสัญญา 35 วัน

ส่วนโซนที่ 3 (ภาคกลางและภาคใต้) ม.1 จำนวน 426,683 เครื่อง ที่บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ชนะประมูล แต่เนื่องจากคณะกรรมการบริหารนโยบายคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตพกพาต่อหนึ่งนักเรียน มีมติให้ยกเลิกการประมูลและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศยกเลิกแล้วนั้น ขณะนี้ บ.สุพรีมฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพอ.) ของกรมบัญชีกลาง เรียบร้อยและต้องรอผลการพิจารณาภายใน 30 วัน

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กันยายน 2556 

Comments