ทุจริตสอบครูผู้ช่วยสารภาพแล้ว 3 ราย พร้อมซัดทอดตัวการ

โพสต์28 มี.ค. 2556 20:15โดยPramern Boonsena

“พิษณุ” เผยดีเอสไอ ขอเอกสารตรวจสอบทุจริตครูผู้ช่วยเพิ่มใช้สอบสวนคดีพิเศษ เตรียมรวบรวมให้ “เสริมศักดิ์” ส่งต่อ แจงมีหลักฐานสำคัญเป็นข้อมูลสอบปากคำกว่า 30 ราย โดย 3 รายสารภาพและซัดทอดนำไปขยายผลสอบหาตัวการต่อได้ พร้อมเตรียมวางมือแล้ว ด้าน “ชินภัทร” ไม่หนักใจเข้าชี้แจ้งดีเอสไอสัปดาห์หน้า ขณะที่ รมช.ศึกษาฯ ยังไม่พิจารณาโยก เลขาธิการ กพฐ.ออกเพื่อไม่เป็นอุปสรรคการสอบสวน ระบุรอดูข้อมูลดีเอสไอก่อน 


นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วยเป็นคดีพิเศษ ว่า ดีเอสไอ รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษและได้ติดต่อมายังตนเพื่อขอข้อมูลหลักฐานที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบไว้เพื่อให้เกิดความวดเร็วในการทำงานของดีเอสไอ โดยงตนกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่เพื่อส่งมอบให้นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เพื่อนำส่งให้ดีเอสไอต่อไป 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าคณะกรรมการตรวจสอบฯ เคยส่งมอบข้อมูลและหลักฐานที่ตรวจสอบได้บางส่วนให้แก่ดีเอสไอไปแล้ว เช่น โพยเฉลยข้อสอบ เป็นต้น สำหรับข้อมูลที่จะส่งมอบเพิ่มเติมซึ่งดีเอสไอขอมานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องประมาณ 30-40 ราย ซึ่งคนที่ถูกเรียกมาสอบปากคำนั้น มีทั้งผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้เข้าสอบ ผู้คุมสอบ ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้กระทำผิดที่รับสารภาพด้วย ในจำนวนนี้นั้น มีประมาณ 3 รายที่ยอมรับสารภาพและซัดทอด ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำไปขยายผลสอบหาตัวการอื่นๆ ได้ 

“เมื่อดีเอสไอรับเรื่องทุจริตสอบครูผู้ช่วยเป็นคดีพิเศษแล้ว และที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ก็มีมติให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ไปดำเนินการสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ของตัวเอง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในกรณีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตัวเอง เพราะฉะนั้น ผมจึงเตรียมยุติบทบาทของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เป็นประธานอยู่ เพราะถือว่าได้ทำหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับมอบหมายแล้ว” นายพิษณุ กล่าว 

ด้าน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตนพร้อมและไม่รู้สึกหนักใจหากดีเอสไอให้ไปชี้แจ้งข้อมูลในสัปดาห์หน้า ขณะนี้ ได้เตรียมข้อมูลสำหรับชี้แจ้งไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่ออธิบายให้ดีเอสไอเข้าใจว่า ขั้นตอนการสอบครูผู้ช่วยที่ สพฐ.ดำเนินการไปนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้ว การจัดสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ.นั้น ก็เป็นภารกิจที่ สพฐ.ได้รับมอบจาก ก.ค.ศ.และให้หลักเกณฑ์หลายข้อที่ต้องดำเนินการตาม สพฐ.เองเกี่ยวข้องแค่ขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น 

“ไม่หนักใจ เพราะเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน สพฐ.ทำทุกอย่างตรงไปตรงมา และมีการบันทึกทุกขั้นตอนการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน มีกรรมการรับผิดชอบทุกขั้นตอน ซึ่งก็มั่นใจว่า หน่วยงานสอบสวนกลางอย่างดีเอสไอนั้น จะสอบสวนด้วยความถี่ถ้วนจนได้ข้อสรุปที่ตรงความจริง” นายชินภัทร กล่าว 

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่ดีเอสไอ มีมติรับเรื่องทุจริตการสอบครูผู้ช่วย เป็นคดีพิเศษแล้ว จากนี้เท่ากับว่าดีเอสไอมีอำนาจสมบูรณ์และสามารถสอบสวนในเชิงลึกได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนกำลังพิจารณาตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นมาอีกชุดด้วย เพื่อรวบรวมสรุปข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการสอบทุจริตทั้งที่ได้จากคณะกรรมการตรวจสอบฯ ชุดนายพิษณุ และที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเรื่องดังกล่าวรวดเร็วขึ้น 

ถามว่า เมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะมีการพิจารณาย้าย นายชินภัทร หรือไม่เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค์ต่อการสอบสวน นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว ต้องขอดูข้อมูลการสอบสวนของดีเอสไอหลังจากที่รับเป็นคดีพิเศษก่อน ซึ่งทั้งหมดจะพิจารณารอบคอบ แต่ยืนยันว่า ศธ.ยินดีให้ความร่วมมือกับดีเอสไอในการให้ข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับการร้องขอแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ตนยังไม่ได้พูดคุยกับ นายชินภัทร เรื่องที่ดีเอสไอรับการสอบทุจริตครูเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากวันนี้ (28 มี.ค.) ตนเดินทางมาร่วมงานรำลึกคุรุวีรชน จังหวัดชายแดนใต้ ที่ จ.ปัตตานี แม้ว่าในงานดังกล่าวนายชินภัทร จะเดินทางมาร่วมด้วยก็ตาม 

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มีนาคม 2556

 


 

พยาน3ปากซัดทอดตัวการใหญ่ "ใครอยู่เบื้องหลังทุจริตสอบครู/"พิษณุ"เตรียมส่งต่อให้"ดีเอสไอ"

"พิษณุ" เตรียมเผยตัวและมอบพยาน 3 รายให้ดีเอสไอ ระบุสารภาพสิ้นไส้ ให้การซัดทอด "ตัวการใหญ่" ขบวนการโกงสอบครู ขณะที่ ชมรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ภาคอีสานออกแถลงการณ์ให้ ก.ค.ศ.ฟันทุจริตเอง "ชินภัทร" เผยไม่หนักใจ พร้อมชี้แจงดีเอสไอสัปดาห์หน้า ชี้ สพฐ.เป็นเพียงผู้รับคำสั่งกรณีจัดสอบครูผู้ช่วยจาก ก.ค.ศ. 

นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประฐานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รับกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วยเป็นคดีพิเศษแล้วว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ติดต่อมาที่ตน เพื่อขอข้อมูลหลักฐานที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบไว้ จะได้เกิดความรวดเร็วในการทำงานของดีเอสไอ ขณะที่ตนก็กำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่ เพื่อส่งมอบให้นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ ในการนำส่งให้ดีเอสไอต่อไป 

ผู้ตรวจราชการ ศธ.กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลหลักฐานที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบไว้นั้น บางส่วนได้ส่งให้ดีเอสไอแล้ว ได้แก่ โพยเฉลยข้อสอบ แต่ส่วนที่จะส่งให้ดีเอสไอคราวนี้นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลจากสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องประมาณ 30-40 ราย ซึ่งมาจากทั้งผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ผู้เข้าสอบ ผู้คุมสอบ ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา และผู้กระทำผิดที่รับสารภาพด้วย ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 รายที่เรากันไว้เป็นพยาน เพราะยอมรับสารภาพและซัดทอด สามารถนำไปใช้ขยายผลสู่การสอบและโยงใยถึงตัวการอื่นๆ ได้ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อดีเอสไอรับเรื่องทุจริตสอบครูผู้ช่วยเป็นคดีพิเศษแล้ว ขณะเดียวกันคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ก็มีมติให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ไปดำเนินการสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ของตัวเอง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในกรณีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตัวเอง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการชุดที่ตนเป็นประธานจึงเตรียมยุติบทบาท เพราะถือว่าได้ทำหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับมอบหมายแล้ว 

ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ตนพร้อมและไม่หนักใจถ้าดีเอสไอให้ไปชี้แจ้งข้อมูลในสัปดาห์หน้า ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว เพื่ออธิบายให้ดีเอสไอเข้าใจว่าขั้นตอนการสอบครูผู้ช่วยที่ สพฐ.ดำเนินการไปนั้นมีอะไรบ้าง อย่างการจัดสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ.นั้น ก็เป็นภารกิจที่ สพฐ.ได้รับมอบจาก ก.ค.ศ. และให้หลักเกณฑ์หลายข้อที่ต้องดำเนินการตาม สพฐ. เกี่ยวข้องในฐานะเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น 

“ไม่หนักใจ เพราะเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน สพฐ.ทำทุกอย่างตรงไปตรงมา และมีการบันทึกทุกขั้นตอนการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน มีกรรมการรับผิดชอบทุกขั้นตอน ซึ่งก็มั่นใจว่าหน่วยงานสอบสวนกลางอย่างดีเอสไอนั้น จะสอบสวนด้วยความถี่ถ้วนจนได้ข้อสรุปที่ตรงความจริง” นายชินภัทรกล่าว 

ขณะที่นายเสริมศักดิ์ รมช.ศธ.กล่าวว่า จากนี้เท่ากับว่าดีเอสไอมีอำนาจสมบูรณ์และสามารถสอบสวนในเชิงลึกได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนกำลังพิจารณาตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นมาอีกชุดด้วย เพื่อรวบรวมสรุปข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการสอบทุจริตทั้งที่ได้จากคณะกรรมการตรวจสอบฯ ชุดนายพิษณุ และที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเรื่องดังกล่าวรวดเร็วขึ้น 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะมีการพิจารณาย้ายนายชินภัทรหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน นายเสริมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว ต้องขอดูข้อมูลการสอบสวนของดีเอสไอก่อน ซึ่งทั้งหมดจะพิจารณารอบคอบ แต่ยืนยันว่า ศธ.ยินดีให้ความร่วมมือกับดีเอสไอในการให้ข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับการร้องขอแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายชินภัทร เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แม้ว่านายชินภัทรจะเดินทางมาร่วมด้วยก็ตาม 

ด้านนายสานิตย์ พลศรี กรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะตัวแทนชมรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีผู้แทนจากเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ อาทิ สพป.นครราชศรีมา เขต 2, 4, 5, 7 สพป.เลย เขต 2 สพป.ชัยภูมิ เขต 1 ได้ประชุมหารือจากกรณีปัญหาทุจริตสอบครูผู้ช่วยที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ.มีมติให้ส่งข้อมูลให้เขตพื้นที่การศึกษาไปพิจารณาตรวจสอบภายใน 15 วัน โดยระบุว่าที่ประชุม ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้เขตพื้นที่การศึกษายกเลิกการสอบ 

นายสานิตย์กล่าวอีกว่า จากการหารือได้มีมติให้ออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาล ก.ค.ศ. และผู้ที่เกี่ยวข้องใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอให้เร่งรัดดำเนินการเพื่อเอาผิดกับบุคคลที่เป็นตัวการใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างจริงจัง 2.ขอให้ ก.ค.ศ.ดำเนินการยกเลิกผลการสอบตามข้อมูลของดีเอสไอ รวมทั้งการยกเลิกรายบุคคลที่มีคะแนนสูงผิดปกติ และการยกเลิกรายเขต และ 3.ขอให้ ก.ค.ศ.ยกเลิกหลักเกณฑ์วิธีการสอบแข่งขัน และวิธีดำเนินการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย กรณีมีเหตุจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ ว12 ตามหนังสือเวียนที่ ศธ 0206.2/ว 14 ลงวันที่ 25 เมษายน 2555 ที่ขัดต่อเจตนารมณ์ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 47 วรรคแรก ที่จะส่อให้เกิดการทุจริตได้.

 

ที่มา ไทยโพสต์

Comments