ทีดีอาร์ไอเสนอ 4ปฏิรูปศึกษา เด็กยุคศต.ที่ 21

โพสต์28 พ.ย. 2556 18:18โดยPramern Boonsena

ดีอาร์ไอเสนอปฏิรูปการศึกษาต้องมี 4 แนวทางหลักที่ต้องเปลี่ยนแปลง เน้นเด็กยุคใหม่เป็นพลเมืองยุคศตวรรษที่ 21 มองอาชีวะแค่เพิ่มสัดส่วนคนเรียนอย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่มงบต่อหัวด้วย เพราะต้นทุนแพงกว่าสายสามัญ

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้มีการนำเสนอผลการศึกษา “การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อผลิตภาพ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2556 หัวข้อ “โมเดลใหม่ในการพัฒนา : สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพโดยการเพิ่มผลิตภาพ” (New Development Model : Towards Quality Growth Based on Productivity Improvement) โดย ผศ.ปกป้อง จันวิทย์ กล่าวว่า โจทย์หลักของการศึกษาไม่ใช่การมุ่งผลิตคนเพื่อไปเป็นแรงงานตามสั่งราคาถูกตลอดชีวิต ไม่ใช่มุ่งส่งคนเข้าสู่ตลาดแรงงานเพื่อถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงสร้างค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่การศึกษาควรมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างพลังความสามารถของนักเรียนให้แต่ละคนบรรลุศักยภาพสูงสุดตามเส้นทางที่แต่ละคนได้เลือกเอง เมื่อคนมีคุณภาพก็ย่อมมีผลิตภาพสูงขึ้น และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพและสังคมเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ

สำหรับการปฏิรูปการศึกษาของไทยควรตอบโจทย์ การเติมเต็มศักยภาพนักเรียน โดยมุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา 4 อย่าง ได้แก่ 1.การสร้างคนเพื่อให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้นักเรียนอ่านเป็น คิดเป็น รู้จักโลก รู้จักตัวเอง มีทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ เช่น ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม 2.การสร้างทางเลือกคุณภาพผ่านการปฏิรูปหลักสูตร การวัดผล การพัฒนาครู การพัฒนาโรงเรียน ทำให้ระบบการศึกษาทั้งสามัญและอาชีวะมีคุณภาพและความรับผิดชอบ (accountability) ต่อนักเรียน เพื่อทำให้นักเรียนมีทางเลือกคุณภาพให้เลือกสรรอย่างหลากหลายตามความถนัด 3.การสร้างระบบข้อมูลและระบบแนะแนวที่ดี เพื่อให้นักเรียนตัดสินใจเลือกได้อย่างมีคุณภาพ และ 4.การสร้างการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนตลอดกระบวนการเรียนรู้

ในส่วนของการยกระดับอาชีวศึกษาให้เป็นทางเลือกคุณภาพ สำหรับนักเรียนนั้น ผศ.ปกป้องกล่าวว่า นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนจำนวนนักเรียนอาชีวะต่อนักเรียนสายสามัญเป็น 51:49 นั้น เป็นความตั้งใจที่ดี แต่การตั้งเป้าเพิ่มจำนวนอย่างเดียวนั้นไม่ใช่ทางออกในตัวเอง จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณ เพิ่มการลงทุนด้านครุภัณฑ์ทางการศึกษา และเพิ่มจำนวนข้าราชการครู จึงจะสามารถพัฒนาคุณภาพได้ เนื่องจากปัจจุบันระบบอาชีวะยังขาดแคลนงบประมาณอยู่มาก งบต่อหัวนักเรียน ปวช.อยู่ที่ 25,042 บาทเท่านั้น ขณะที่งบต่อหัวนักเรียน ม.ปลาย อยู่ที่ 28,261 บาท ทั้งที่ต้นทุนในการจัดการศึกษาสูงกว่า เพราะต้องลงทุนด้านเครื่องจักรและวัสดุฝึก นอกจากนั้น งบครุภัณฑ์ยังอยู่ในระดับต่ำมาโดยตลอด ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา งบครุภัณฑ์โดยเฉลี่ยคิดเป็น 7% ของงบอาชีวะทั้งหมดเท่านั้น และไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเลย

นอกจากนั้น ระบบอาชีวศึกษายังขาดแคลนครูอยู่มาก ในช่วงปี 2548-2555 จำนวนข้าราชการในระบบอาชีวศึกษาลดลงถึง 10% ขณะที่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพิ่มขึ้น 2% สัดส่วนนักเรียนต่อข้าราชการครูอาชีวศึกษาอยู่ที่ 44:1 สูงกว่า สพฐ. ซึ่งอยู่ที่ 22:1 ถึงเท่าตัว

ผศ.ปกป้องกล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาไม่ได้เป็นแค่หน้าที่ของ ศธ.เท่านั้น แต่ทุกภาคส่วนในสังคม พ่อแม่ นักเรียน ครู ภาคธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน สถาบันการศึกษา ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ ปัจจัยที่สำคัญในการปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จคือ เจตจำนงในการปฏิรูปที่แน่วแน่ แต่ 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมี รมว.ศธ.ถึง 16 คน ทำงานเฉลี่ยคนละ 10 เดือน สูงสุด 1 ปี 8 เดือน ต่ำสุด 2 เดือนครึ่ง รัฐบาลนี้เรามีแล้ว 4 คน การที่ รมว.เปลี่ยนบ่อยทำให้ไม่มีความต่อเนื่องในเชิงนโยบาย ถ้าอยู่สั้นเราก็แก้ปัญหายาวๆ ไม่ได้.

 

 

ที่มา ไทยโพสต์

Comments