ศธ.จ่อฟ้องเซิ่นเจิ้น อิงถังฯ 800 ล้านเลิกสัญญาแท็บเล็ต

โพสต์6 ก.พ. 2557 19:48โดยPramern Boonsena

ศธ.จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหาย 800 ล้าน เหตุบอกเลิกสัญญาแท็บเล็ต พร้อมเสนอแนวทางจัดซื้อจำนวนเครื่องลดลง ตั้งห้องเรียนอัจฉริยะสอนแบบอี-เลิร์นนิ่งแทน 

จากกรณีการขอยกเลิกสัญญาการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต) ตามโครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย (One Tablet Per Child) ปีการศึกษา 2556 ที่บริษัทเซิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด ซึ่งชนะการประมูลจัดซื้อแท็บเล็ต โซน 1 ภาคกลางและภาคใต้ จำนวน 431,105 เครื่อง มูลค่า 842 ล้านบาท และโซน 2 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 373,637 เครื่อง เป็นเงิน 786 ล้านบาท จัดหาแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้น ป. 1 กว่า 800,000 เครื่อง ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้การแจกแท็บเล็ตในปีการศึกษา 2556 ต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างใหม่นั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้แม้จะเป็นปัญหาแต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าการจัดซื้อแท็บเล็ตให้กับนักเรียนต่อไป เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างมาก แต่เมื่อปัญหาเกิดจากกระบวนการจัดซื้อก็ต้องหาวิธีการแก้ปัญหากันต่อไป ส่วนที่เกรงว่าการประมูลจัดซื้อใหม่นั้น งบประมาณที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอที่จะจัดซื้อได้ตามจำนวนเด็ก ก็คงต้องจัดซื้อตามวงเงินที่มีอยู่ ถ้าราคาเครื่องแท็บเล็ตแพงขึ้นก็ต้องลดจำนวนเครื่องลง หรือหากมีความจำเป็นจริงๆ ก็ต้องของบกลางมาเพิ่ม ซึ่งก็ไม่น่าจะขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา ต่อ1นักเรียน หรือ บอร์ดแท็บเล็ต ที่มีตนเป็นประธาน ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ จะต้องได้ข้อยุติ 

แหล่งข่าวจาก ศธ.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในการประชุมบอร์ดแท็บเล็ตวันที่ 7 ก.พ. นี้ นอกจากจะมีการหารือถึงประเด็นการยกเลิกสัญญาการจัดซื้อแท็บเล็ตโซน 1 และ 2 ซึ่งจะมีการเรียกเงินค่าประกันสัญญา 120 ล้านบาทแล้วจะมีการหารือถึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับบริษัท เซิ่นเจิ้น อิงถังฯ ประมาณ 800 ล้านบาทด้วย รวมถึงอาจมีการเสนอว่า แทนที่จะมุ่งการจัดซื้อเชิงปริมาณ คือ จัดซื้อให้คนละเครื่องก็ปรับปริมาณแท็บเล็ตลง แล้วสร้างระบบการเรียนการสอนแบบ e-learning โดยจัดสรรงบฯบางส่วน สร้าง smart classroom หรือห้องเรียนอัจฉริยะ ประมาณ 40-50% ของห้องเรียนที่มีอยู่ในแต่ละโรงเรียน และจัดระบบเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนการสอน ทำให้เกิด e-education อย่างแท้จริง ซึ่งแนวทางนี้มีคนเห็นด้วยจำนวนมาก 

แหล่งข่าวจากสพฐ. ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา บ.จัสมินฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งมายัง สพฐ.โดยระบุว่าทางบริษัทพร้อมจะจัดส่งเครื่องแท็บเล็ต ให้สพฐ.เบื้องต้นจำนวนกว่า 18,000 เครื่องซึ่งขณะนี้แท็บเล็ตจำนวนดังกล่าวอยู่ในโกดังของ บ.จัสมินฯ แล้ว รอแค่ทาง สพฐ.เข้าไปตรวจรับ โดยก่อนหน้านี้ บ.จัสมินฯ ยังได้จัดส่งเครื่องแท็บเล็ตให้กับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ไปแล้วด้วย 

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายฯ จะมีการเสนอแนวทางการจัดซื้อแท็บเล็ตทดแทนในโซน 1 และ 2 ใหม่ซึ่ง สพฐ.อาจจะเสนอเป็น 3 แนวทาง ดังนี้1.ให้จัดซื้อตามเดิมโดยไม่มีการแก้ไขสเปกและใช้วิธีประมูลผ่านระบบอี-ออกชัน ซึ่งวิธีนี้จะใช้เวลาไม่นานนักคาดว่าประมาณ 150 วัน โรงเรียนจะได้รับแท็บเล็ต อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะต้องเสนอไปยังสำนักงบประมาณขอขยายในการงบประมาณแท็บเล็ต เพราะการขอขยายเวลากันงบประมาณรอบที่ผ่านมาจะครบกำหนดในเดือนมีนาคม 2557จึงต้องขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนกันยายน 2557 สำหรับแนวทางที่ 2.อาจจะมีการแก้ไขสเปก ซึ่งหากมีการแก้ไขจะต้องใช้เวลาดำเนินการและจัดซื้อทั้งหมดประมาณ 1 ปี และแนวทางที่ 3. กระจายงบประมาณโซน 1 และ 2 ที่เหลือทั้งหมดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เป็นผู้จัดซื้อ อย่างไรก็ตาม นักเรียนป.1 จะไม่ได้รับแท็บเล็ตครบทั้ง 100% ตามเดิม เพราะ บ.เซิ่นเจิ้น อิงถังฯ ได้ทุบราคาการประมูลจนได้ราคาจัดซื้อที่ราคา 1,900 บาทต่อเครื่อง จากราคากลาง 2,800 บาทต่อเครื่อง ทำให้งบประมาณที่เหลืออยู่เป็นงบประมาณตามราคาที่ บ.เซิ่นเจิ้น อิงถังฯ ประมูลไว้ 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันพฤหัสบดี 6 กุมภาพันธ์ 2557

Comments