สพฐ.ระดมความเห็นข้อดี-เสีย"แท็บเล็ต" 12มิ.ย.

โพสต์9 มิ.ย. 2557 21:56โดยPramern Boonsena

ศธ.จี้ สพฐ.ระดมความเห็นข้อดี-ข้อเสียแท็บเล็ต หาข้อสรุปภายใน 12 มิ.ย. ก่อนเสนอ คสช.พิจารณา 13 มิ.ย. พร้อมทั้งเตรียมหารือจัดงบปี 58 เน้นใช้จ่ายงบอย่างคุ้มค่า ตัดโครงการที่ไม่จำเป็น ไม่สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบันทิ้ง 

นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานในกำกับของ ศธ. ว่า ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงเจตนารมณ์และแนวนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับ ศธ. 5 เรื่อง ทั้งในเรื่องการพัฒนาอาชีพ การเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การสร้างความปรองดอง การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา และการปฏิรูประบบการเมืองและการบริหารจัดการภาครัฐในทุกระดับ จึงได้มอบให้องค์กรหลัก ศธ.และหน่วยงานในกำกับ ศธ.ไปดำเนินการ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้สรุปนโยบายโครงการของ คสช.ที่เกี่ยวกับหน่วยงานตนเอง 2.ให้รายงานให้ทราบว่าดำเนินงานตอบสนองนโยบายดังกล่าวอย่างไรบ้าง และ 3.วางแผนการปฏิบัติงานในอนาคตเพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าว เพื่อรวบรวมส่งให้ผู้ประสานงาน คสช.ภายในวันที่ 11 มิถุนายนต่อไป 

ส่วนโครงการ 1 คอมพิวเตอร์ (พกพา) แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน ปีงบประมาณ 2556-2557 ซึ่งฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช.ให้ชะลอไว้ชั่วคราว และแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาข้อดี-ข้อเสียให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับจากวันที่ 3 มิถุนายนเป็นต้นมา ที่ประชุมองค์กรหลักได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายนนี้ 

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า จากนั้นจะสรุปเรื่องนี้เสนอหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยาในวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน นอกจากนั้นในวันที่ 13 มิถุนายน สพฐ.จะจัดประชุมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของหัวหน้า คสช.ที่ต้องการให้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ฟื้นฟูวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย วิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ซึ่งได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักบริหารงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย จะได้รับทราบแนวทางเพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเรื่องการจัดทำงบประมาณ 2558 ซึ่ง คสช. โดยสำนักงบประมาณ ได้กำหนดปฏิทินการจัดทำงบประมาณว่าจะมีการพิจารณาโครงสร้างและวงเงินงบประมาณปี 2558 ของทุกส่วนราชการในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ 

ดังนั้น องค์กรหลักจึงมอบหมายให้ส่วนราชการในสังกัด ศธ.ไปจัดทำคำของบประมาณให้เสร็จภายในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ เพื่อจะได้ส่งให้กับสำนักงบประมาณได้ทันกำหนด โดยขอให้ยึดตาม 6 แนวทางคือ 1.ให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจที่มีผลต่อการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการขยายตัวและประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง รวมทั้งรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคลัง 2.ให้ความสำคัญกับการบูรณาการในระดับพื้นที่ระหว่างส่วนราชการ จังหวัด กลุ่มจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3.มีการจัดลำดับความสำคัญของภารกิจที่จะเสนอของบประมาณ และกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมสอดคล้องกับวงเงินที่มีอยู่อย่างจำกัด 4.พิจารณาทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกการดำเนินภารกิจต่างๆ ที่มีความสำคัญในระดับต่ำหรือหมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อนำงบไปดำเนินภารกิจที่มีความสำคัญหรือเร่งด่วน มีความพร้อมในการดำเนินงานและประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง 5.ควรพิจารณาใช้จ่ายงบให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณและนอกงบประมาณ (เงินรายได้และเงินสะสมของหน่วยงาน) รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPPs) เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด 6.จัดเตรียมแผนงาน/โครงการให้มีความพร้อมที่จะดำเนินการ เพื่อให้มีการใช้จ่ายงประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว 

อย่างไรก็ตาม สำหรับปีงบประมาณ 2557 นั้น ศธ.ใช้งบประมาณไปแล้ว 65% ของวงเงินงบประมาณ 4 แสนกว่าล้านบาท โดยช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ (มิถุนายน-กันยายน 2557) ยังเหลือจำนวน 169,801 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็น งบบุคลากร 83,000 ล้านบาท งบลงทุน 19,000 ล้านบาท และงบพัฒนา 66,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงได้กำชับว่าให้แต่ละหน่วยงานไปดำเนินการตามโครงการ หากโครงการใดจำเป็นต้องเสนอให้ คสช.พิจารณาก็ให้เร่งเสนอมาตามขั้นตอนต่อไป.

 

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 10 มิถุนายน 2557

Comments