สมศ.เล็งใช้โอเน็ตประเมินคุณภาพครู

โพสต์2 มี.ค. 2557 23:12โดยPramern Boonsena
ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยว่า สมศ.กำลังปรับปรุงตัวบ่งชี้การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (ปี 2559-2563) โดยในวันที่ 18 มี.ค.นี้ สมศ.จะเชิญตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มาหารือร่วมกันว่าจะนำผลการทดสอบทางการศึกษาต่าง ๆ เช่น การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา หรือ วีเน็ต การทดสอบตามมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือ ยูเน็ต มาเป็นตัวบ่งชี้ในการประเมินฯ รอบสี่หรือไม่ 

"ผมอยากให้ใช้โอเน็ตในการประเมินฯ เพราะอะไรที่มาจากส่วนกลางน่าจะมีความเที่ยงตรง และมีความน่าเชื่อถือมากกว่าปล่อยให้ต่างคนต่างประเมิน แต่ส่วนกลางต้องพัฒนามาตรฐานของเครื่องมือให้ดีขึ้น นอกจากนี้ผมยังอยากใช้โอเน็ตมาประเมินคุณภาพการสอนของครูด้วย ซึ่งขณะนี้ สมศ.พยายามที่จะพัฒนาให้ทุกตัวบ่งชี้มีความสัมพันธ์กัน เพราะที่ผ่านมาผลประเมินทุกด้านออกมาดีหมด แต่ผลสัมฤทธิ์ของเด็กกลับตกต่ำ เราจึงต้องทำให้เป็นเหตุเป็นผลกันด้วย เช่น ถ้าโอเน็ตต่ำแปลว่าครูสอนไม่เก่ง" ผอ.สมศ.กล่าว 

ต่อข้อถามว่า การนำโอเน็ตมาใช้ประเมินครูจะทำให้ครูโรงเรียนขนาดเล็กเสียเปรียบครูโรงเรียนขนาดใหญ่หรือไม่ ผอ.สมศ. กล่าวว่า เรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างโรงเรียนเล็กกับโรงเรียนใหญ่นั้น ปัจจุบันกำลังจะสลับที่กันแล้ว โดยโรงเรียนเล็กจะได้เปรียบมากกว่า เพราะขณะนี้ธุรกิจการศึกษารุนแรงมาก ทำให้โรงเรียนหลายแห่งรับเด็กจำนวนมาก กลายเป็นครู 1 คน ต้องสอนเด็กห้องละ 50-60 คน การดูแลนักเรียนอาจไม่ทั่วถึง ขณะที่โรงเรียนเล็กมีเด็กไม่มาก และเมื่อ สมศ.เข้าไปปลุกให้ลุกขึ้นสู้ก้าวข้ามขีดจำกัด ทำให้ครูมีความทุ่มเท มีการจับกลุ่มระหว่างโรงเรียนเล็กด้วยกัน เพื่อใช้ข้อมูลและครูร่วมกัน จึงทำให้โรงเรียนมีการพัฒนาที่ก้าวหน้าไปมาก. 







ที่มา--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 4 มี.ค. 2557 (กรอบบ่าย)--

Comments