ราชภัฎขานรับเพิ่มผลิตครูเอกประถมศึกษา

โพสต์21 ม.ค. 2557 23:27โดยPramern Boonsena

คณบดีคณะครุศาสตร์ ราชภัฎมหาสารคาม ปัดฝุ่นผลิตครูสาขาประถมศึกษา หลังปิดไปนาน 10 ปี พร้อมเสนอภาครัฐสร้างแรงจูงใจผู้เรียน ด้วยการให้โควตาประกันการมีงานทำ

วันนี้(21ม.ค.) ศ.ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม(มรม.) อดีตประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ส.ค.ศ.ท.) กล่าวว่า ตามที่ ศ.(พิเศษ)ดร.ภาวิช ทองโรจน์ รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)เสนอให้สถาบันฝ่ายผลิตปรับรูปแบบการผลิตครูให้เน้นครูสอนทั่วไปในระดับปริญญาตรีนั้น ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เพราะเวลานี้สถาบันฝ่ายผลิตจะผลิตครูเพื่อสอนมัธยมศึกษาเป็นส่วนใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าสามารถสอนชั้นประถมได้ด้วย แต่ในความเป็นจริงครูกลุ่มนี้จะไม่สามารถสอนได้ทุกวิชาหรือไม่เทียบเท่ากับผู้จบสาขาประถมศึกษาโดยตรง เพราะถ้าเป็นบัณฑิตครูสาขาประถมศึกษานั้น เนื้อหาในรายวิชาต่างๆจะไม่ลึก แต่จะเน้นวิธีการสอนและสามารถสอนได้หลายวิชา อย่างไรก็ตามการดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวนั้น ตนเห็นว่าสถาบันฝ่ายผลิตสามารถทำได้ทันทีเพียงแค่กลับมาทบทวนเปิดสอนสาขาประถมศึกษา ซึ่งเป็นสาขาที่เคยเปิดสอนกันมากในอดีต แต่ประมาณ 15ปีที่ผ่านมา บัณฑิตที่จบจากสาขาดังกล่าวได้รับการบรรจุเข้าทำงานน้อยมาก จึงทำให้ความต้องการของผู้เรียนลดลง จนกระทั่งหลายสถาบันทยอยปิดหลักสูตรประถมศึกษาไปในที่สุด ดังนั้นแนวทางที่จะจูงใจให้สถาบันฝ่ายผลิตเร่งผลิตนักศึกษาปริญญาตรีสาขาประถมศึกษา คือการใช้แนวทางเดียวกันกับโครงการครูมืออาชีพคือให้มีการประกันงานทำ 



“ วิธีที่จะจูงใจมหาวิทยาลัยและผู้เรียนได้มากที่สุดก็คือให้มีอัตราการเข้าทำงานเป็นระบบปิด ซึ่งจะเป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหน่วยงานผู้ใช้ครูต้องการครูตามนั้นจริงๆ ส่วนหลักเกณฑ์ของคุรุสภาก็เปิดโอกาสให้อยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ใดๆขอเพียงแค่มีความเชื่อมั่นจากหน่วยงานผู้ใช้ครูเท่านั้น ทางสถาบันฝ่ายผลิตก็สามารถพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปในทิศทางที่ภาครัฐต้องการได้ทันที ”ผศ.ดร.สุรวาท กล่าวและว่า สำหรับคณะครุศาสตร์ของมรม.จะกลับมาเปิดสาขาประถมศึกษาอีกครั้งในปีการศึกษา 2557 หลังจากได้ยกเลิกหลักสูตรดังกล่าวไปนาน10ปีแล้ว พร้อมกันนี้จะเพิ่มเติมการสอนสาขาวิชาเอกอีก 2-3 วิชาไว้ในหลักสูตรด้วย เพื่อให้บัณฑิตครู1คนสามารถสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาได้หลายวิชา อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลมีแนวทางที่ชัดเจนกว่านี้ก็จะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถกำหนดนโยบายการผลิตได้อย่างจริงจังมากขึ้น. 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันอังคาร 21 มกราคม 2557

Comments