เผยผลสำรวจพยาบาลไทยเกือบ 50% เครียดจากทำงาน ต้องพึ่งยานอนหลับ-คุณภาพชีวิตต่ำ

โพสต์9 ก.พ. 2558 00:39โดยPramern Boonsena

เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ โครงการวิจัยสุขภาพและชีวิตการทำงานของพยาบาลไทย (TNCs) แถลงข่าว เรื่อง “ผลวิจัยคุณภาพชีวิตพยาบาล” เพื่อติดตามภาวะสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงในการทำงานของพยาบาล โดยดร.กฤษดา แสวงดี หัวหน้าโครงการวิจัยสุขภาพและชีวิตการทำงานของพยาบาลไทย กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลพยาบาลวิชาชีพทั่วประเทศ จำนวน 18,765 คน พบว่า พยาบาลมากกว่าครึ่งมีความเครียด โดย 45.5 % มีความเครียดจากการทำงานอยู่ในระดับสูง ประมาณ 1 ใน 3 มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ และ 8-10 % เคยใช้ยานอนหลับ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของความเครียดในการทำงาน คือลักษณะการทำงานเป็นเวรผลัดต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งนี้ ความเครียดจากการทำงานสูงมีความสัมพันธ์กับการบาดเจ็บ ถูกเข็มทิ่มตำ การบาดเจ็บจากของมีคม และเจ็บป่วยด้วยโรคกระดูกแลกล้ามเนื้อ 



ดร.กฤษดา กล่าวต่อว่า สำหรับดัชนีคุณภาพชีวิต ด้านสุขภาพ พบว่าพยาบาลไทยอยู่ในระดับ 0.75 ซึ่งต่ำกว่าผู้หญิงไทยที่ประกอบอาชีพอื่นๆที่มีดัชนีอยู่ที่ 0.95 รวมถึง ต่ำกว่าในประเทศอังกฤษที่อยู่ที่ 0.85 และประเทศสวีเดนที่อยู่ที่ 0.83 โดยพยาบาลอายุน้อยจะมีคุณภาพชีวิตเนสุขภาพต่ำกว่าระดับอาวุโส ซึ่งสัมพันธ์กับความมั่นคงในการทำงาน ส่งผลให้มีการลาออกหรือเปลี่ยนอาชีพ เฉลี่ยอายุการทำงานในวิชาชีพเพียง 22.5 ปี นอกจากนี้ พบว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พยาบาลไทยประมาณ 1 ใน 5 เคยประสบความรุนแรงจากการทำงาน และตั้งใจที่จะออกจากงานภายใน 1-2 ปีหรือมากกว่า 2 ปีมากกว่าพยาบาลที่ไม่เคยประสบความรุนแรงจากการทำงาน 




ดร.กฤษฎา กล่าวด้วยว่า ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการสร้างความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาล ได้แก่ 1.ให้ความรู้เพื่อให้พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรสหสาขาวิชาชีพด้านสุขภาพตระหนักถึงภาวะคุกคามต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของวิชาอาชีวอนามัยของหลักสูตรพยาบาลวิชาชีพไทย หรือเป็นส่วนหนึ่งในการปฐมนิเทศพยาบาลวิชาชีพจบใหม่ 2.การกระตุ้นให้หน่วยบริการคำนึงถึงการดำเนินโครงการสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมด้านบวก ครอบคลุมภาวะคุกคามสุขภาวะทุกประเภททั้งความรุนแรง ความเครียดในการทำงาน และมลภาวะที่เป็นพิษต่างๆ อาทิ การมีอัตรากำลังที่เพียงพอ การมีเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องมือป้องกันอย่างเพียงพอ เป็นต้น และ 3. ส่งเสริมให้มีการตรวจติดตามและประเมินผล โครงการสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมด้านบวก และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาวิจัยและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพยาบาลไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพพยาบาลไทย 



รศ.ดร.จินตนา ยูนิพันธ์ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ความไม่ปลอดภัยในการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ต่ำของพยาบาล อาจจะส่งผลกระทบต่อการดูแลคนไข้ได้ แม้พยาบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลคนไข้แล้วก็ตาม ข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าว จะพยายามผ่านทุกช่องทางที่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้การป้องกันและดูแลคุณภาพชีวิตของพยาบาล อีกทั้ง จะมีการประชุมสัมมนาพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหา ระหว่างวันที่ 9-13 พฤศจิกายน 2558 โดยหวังจะผลักดันเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ หากสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่มีความปลอดภัยหรือคุณภาพชีวิตไม่ดี จะส่งผลต่อการรักษากำลังคนด้านพยาบาลให้อยู่ในระบบสาธารณสุข เสี่ยงกับการที่พยาบาลที่ยังมีอายุน้อยจะลาออกจากระบบในอีก 2 ปีข้างหน้า ในทางกลับกันหากสิ่งแวดล้อมในการทำงานปลอดภัยและมีความสุขในการทำงาน ก็จะสามารถดึงพยาบาลไว้ในระบบสาธารณสุขภาครัฐได้นาน 


ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Comments