กทม.คิดแหกกฎ”หลักสูตร”กระทรวงศึกษาฯ

โพสต์3 มี.ค. 2557 22:27โดยPramern Boonsena
.....

คิดปรับหลักสูตรการเรียนการสอนโรงเรียนกทม.ใหม่ แหกกฎ”หลักสูตร”กระทรวงศึกษาฯ ชี้ส่งผลการเรียนเด็ก ล้มเหลว”คิดไม่เป็น


นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักการศึกษา (สนศ.) ศึกษาข้อกฎหมายว่ากทม.มีอำนาจในการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนหรือไม่ จากเดิมที่ได้ดำเนินการตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)มาโดยตลอด แต่พบว่าที่ผ่านมา ระบบการศึกษาไทยมีความล้มเหลว ปัจจุบันนักเรียนศธ. และนักเรียนของกทม. ยังไม่มีพัฒนาการทางการศึกษาที่ดีขึ้น ยังพบปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้และขาดกระบวนการทางการคิด ส่งผลให้เด็กคิดไม่เป็น จึงอยากมีการกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนของนักเรียนกทม. ขึ้นมาเอง  เนื่องจากตนเห็นว่ากระบวนการที่จะไปสู่เป้าหมายความสำเร็จของการศึกษาของนักเรียน  ควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้นำไปสู่เป้าหมาย  ทั้งนี้ตนเห็นว่าการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนนั้นจะต้องเน้นที่ตัวครูผู้สอน มากกว่ายึดตามหลักสูตรที่ถูกกำหนดขึ้น โดยหากกทม.สามารถกำหนดหลักสูตรได้เอง จะมีการปรับแผนการจัดการศึกษา โดยจะให้มีการลดจำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้ลง และจะเน้นการเพิ่มกิจกรรมและเปิดพื้นที่ความสนใจส่วนบุคคล อาทิ ดนตรี กีฬาและศิลปะ เป็นต้น เพื่อ ผลักดันความสามารถพิเศษและเน้นการสร้างกระบวนการทางความคิดของเด็กมากกว่าการอ่านและท่องจำเช่นปัจจุบันที่ตนคิดว่าไม่ใช่แนวทางที่จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนและการใช้ชีวิต  หากพบว่ากทม.ในฐานะท้องถิ่น สามารถกำหนดหลักสูตรหรือเปลี่ยนแปลงในส่วนใดได้ กทม.จะเร่งดำเนินการเพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเหมาะสมและพัฒนามากขึ้น แต่หากพบว่าไม่สามารถปรับหลักสูตรต้นแบบจากศธ.ได้ ก็จะพยายามเพิ่มเติมความรู้หรือแนวทางการสอนที่เป็นประโยชน์กับเด็กกทม.เข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นางผุสดี กล่าวต่อว่า จากการศึกษาระบบการศึกษาของประเทศอื่น มีจุดที่น่าสนใจที่กทม.ควรนำมาใช้ ตนจึงได้ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการเรียนการสอนจากประเทศฟินแลนด์ที่จะมีโครงการประเมินผลการศึกษานานาชาติ (PISA) อย่างต่อเนื่อง ใน 3 วิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และการอ่าน ซึ่งถือเป็นวิชาที่เน้นสาระสำคัญให้คนมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพสามารถคิดและวิเคราะห์เป็น กทม.จึงนำมาใช้วัดคุณภาพกับเด็กกทม. ซึ่งผลออกมาเมื่อเปรียบเทียบคะแนนยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจะทำให้กทม.สามารถวิเคราะห์กระบวนความคิดของเด็ก เพื่อนำไปหาข้อบกพร่อง และนำไปพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ทัดเทียมกับต่างประเทศได้




ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
 
 
Comments