กรมศิลปากร พบจิตรกรรมฝาผนังศิลปะอยุธยาอายุกว่า 200 ปีในเมืองสะกาย เมียนมาร์ ชี้เป็นแห่งเดียวที่เหลืออยู่ เสียดายบางส่วนถูกโบกปูนทับเสียหาย ชี้เป็นหลักฐานบ่งบอกว่ามีชาวอยุธยาอยู่ที่เมืองสะกายด้วย เตรียมส่งทีมไปบูรณะ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ ไม่ชี้ชัด สถูปบรรจุพระอัฐิสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร อยู่ที่อมรปุระ

โพสต์3 มี.ค. 2557 22:33โดยPramern Boonsena

นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้นำคณะผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ เดินทางไปยังเมืองมัณฑะเลย์ และเมืองสะกาย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ตามโครงการศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เรื่อง ชาวอยุธยาในเมียนมาร์ : ศึกษาในเขตปกครองมัณฑะเลย์และเขตปกครองสะกาย ตามที่หลายฝ่ายมีความเชื่อว่า มีสถูปบรรจุพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 หรือ สมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาอยู่ ซึ่งในการศึกษาดูงานครั้งนี้ตนได้นำคณะเข้าศึกษางานศิลปกรรมโบราณที่โบสถ์วัดมหาเต็งดอจี หมู่บ้านลินซินหรือหมู่บ้านล้านช้างในเมืองสะกาย พบว่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนภาพปราสาทและลายเส้นสินเธาว์แบบหยักฟัน โดยใช้สีแดง สีขาว สีเขียว และสีดำ เขียน ที่สำคัญยังพบภาพเขียนลายรูปพระปรางค์มียอดนภศูล แสดงถึงหลักฐานของฝีมือช่างอยุธยาตอนปลายอายุกว่า 200 ปี ที่สำคัญเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเพียงแห่งเดียวที่ยังคงเหลือและบ่งชี้ถึงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชาวอยุธยาที่เคยอาศัยอยู่ในเมียนมาร์

นายเอนก กล่าวต่อไปว่า กรมศิลปากรได้ข้อสรุปว่าจะรวบรวมข้อมูลของจิตกรรมที่โบสถ์วัดมหาเต็งดอจี โดยเฉพาะข้อมูลของหม่อมราชวงศ์รุจยา ซึ่งเคยลงพื้นที่เก็บหลักฐานและถ่ายรูปภาพจิตกรรมที่สมบูรณ์ไว้หมดแล้วก่อนที่จะโบสถ์ดังกล่าวจะถูกน้ำท่วม และทางวัดได้นำปูนมาโบกทับภาพจิตกรรมด้านล่างของโบสถ์ เหลือเพียงฝาหนังด้านข้างและบนเพดานเท่านั้น เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาหารือและจัดทำเสนอเป็นโครงการในการขออนุมัติงบประมาณนำไปบูรณะซ่อมแซม เพราะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวอยุธยาที่จะต้องเก็บรักษาไว้ไม่ให้ทำลาย โดยหลังจากนี้กรมศิลปากรมีประสานความร่วมมือกับทางกรมโบราณคดีของเมียนมาร์ เพื่อส่งนักโบราณคดีของไทยที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปทำการบูรณะและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภาพจิตกรรมดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

น.ส.สุทธิพันธ์ ขุทรานนท์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มประวัติศาสตร์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กล่าวว่า การพบโบสถ์เก่าวัดมหาเต็งดอจี พร้อมกับภาพจิตรกรรมฝาผนังช่างอยุธยานั้น สอดคล้องกับข้อมูลจากพระราชพงศวดาร ฉบับ พระราชหัตถเลขาที่บันทึกไว้ว่า พระเจ้าอังวะให้ครอบครัวไทยไปตั้งอยู่ที่เมืองสะกาย ดังนั้น จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่า สถูปที่เชื่อว่า บรรจุพระอัฐิสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร ที่สุสานลินซินกง เมืองอมรปุระ เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิจริงหรือไม่ เพราะเรายังพบร่องรอยของชาวอยุธยาที่เมืองสะกายด้วย แต่เห็นว่าควรจะมีการศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนชาวอยุธยาในเมียนมาร์เพิ่มเติมจากการสืบหาครอบครัวเชื้อสายไทยที่ยังคงตั้งถิ่นฐานอยู่ โดยยังไม่อพยพไปอยู่ที่อื่น รวมไปถึงตรวจสอบเอกสารจากหอจดหมายเหตุในมัณฑะเลย์ ย่างกุ้ง อินเดีย และอังกฤษ ให้ละเอียดรอบคอบก่อนสรุปอย่างใดอย่างหนึ่ง

ด้าน ดร.ม.ร.ว.รุจยา อาภากร ผอ.สถาบันภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ (สปาฟา) กล่าวว่า ตนได้มาศึกษาและถ่ายรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดแห่งนี้ไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่เมื่อได้มาเห็นวันนี้มีการนำปูนมาโบกทับภาพจิตรกรรมบริเวณด้านล่างลงมาทั้งหมด ในทางโบราณคดีถือว่าภาพจิตรกรรมนี้ได้รับความเสียหายไปส่วนหนึ่ง คราบปูนไปทำให้ภาพมีความไม่สมบรูณ์ ช่างที่มาโบกปูนก็คงไม่ทราบว่าเป็นศิลปะของไทย แต่ยังโชคดีอยู่มากที่เรื่องราวสำคัญๆของภาพส่วนใหญ่จะเขียนไว้ส่วนบน ซึ่งหากภาพจิตรกรรมฝาผนังมีรอยเปื้อนหรือมีฝุ่น วิธีรักษาที่ดีที่สุดคือการค่อยๆเช็ดอย่างระมัดระวัง จะทำให้ภาพมีสีผ่องขึ้นมาเอง รวมไปถึงควรมีการเก็บรวบรวมข้อมูลภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยานี้ไว้ทั้ง 4 ด้านเอาไว้อย่างเป็นทางการด้วย

Comments