ก.ค.ศ.ย้ำเขตพื้นที่ฯ จัดการครูผู้ช่วย 344 รายเข้าข่ายทุจริตตามกระบวนการ

โพสต์20 ก.พ. 2557 20:37โดยPramern Boonsena

ก.ค.ศ.แจงเขตพื้นที่ฯ ย้ำแนวทางดำเนินการกับกลุ่มครูผู้ช่วยเข้าข่ายทุจริต 344 ราย เผยยังมี 6 เขตพื้นที่ฯ ที่ยังไม่รายงานการดำเนินการใดๆ กับครูผู้ช่วย 16 ราย เผย ผอ.ร.ร.อยากให้เร่งตรวจสอบกรณีอดีตครูผู้ช่วยถูกสั่งให้ออกจากราชการ แล้วการร้องทุกข์พร้อมฟ้องร้องศาลปกครอง จนถูกสั่งให้ไปให้การ “ศิริพร” ยันเร่งตรวจสอบหากผลชี้ชัดการร้องทุกข์ฟังขึ้นสามารถนำหนังสือแจ้งศาลปกครองขอคัดคดีออกได้ 

วันนี้ (19 ก.พ.) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตการ สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ว12/2555 มีผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล นิติกร ใน 119 เขตพื้นที่การศึกษา ประมาณ 600 คนเข้าร่วมประชุม ว่า หากดูภาพรวมของการดำเนินการกับผู้ที่เข้าข่ายทุจริตการสอบคัดเลือก 344 ตามรายชื่อของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ 1.กรณีกลุ่มที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว 271 ราย มีการสั่งให้ออกจากราชการแล้ว 195 รายและได้ร้องทุกข์แล้ว 187 รายไม่ได้ร้องทุกข์ 8 ราย ส่วนจำนวนที่เหลือนั้น 60 รายอยู่ระหว่างการดำเนินการของเขตพื้นที่การศึกษาหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา ในฐานะผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และได้ลาออกจากราชการไปแล้ว 4 ราย ไม่พบการทุจริตจากการสอบสวน 4 รายและเขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้ดำเนินการตามมติ ก.ค.ศ.7 ราย 2.กรณีที่ยังไม่ได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการจำนวน 57 ราย และ 3.กรณีที่เขตพื้นที่การศึกษายังไม่ได้รายงาน 6 เขต จำนวน 16 ราย 

ทั้งนี้ ได้ชี้แจงให้ที่ประชุมทราบถึงแนวทางการดำเนินการในปัญหาการทุจริตครูผู้ช่วย เช่น กรณีที่เขตพื้นที่การศึกษายังไม่ได้ดำเนินการกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว ก็ให้ไปดำเนินการให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 โดยต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้ได้มีโอกาสชี้แจงพยายหลักฐานต่างๆ เพื่อต่อสู้อย่างเต็มที่ ซึ่งทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะต้องไปดูผลการสอบสวนของดีเอสไอ ผลการสอบสวนชุดที่นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ตลอดจนการดูพยานแวดล้อม โดยผู้อำนวยการโรงเรียนในฐานะผู้มีอำนาจตามมาตรา53ต้องไปวินิจฉัยว่ามีการ ทุจริตการคัดเลือกหรือไม่ จากนั้นให้ส่งผลมายังสำนักงาน ก.ค.ศ.เพื่อจะได้ตรวจสอบว่าผลสอบสวนที่แจ้งมา ถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าถูกต้องก็จะยุติเรื่องถ้าผลสอบไม่ผิดครูผู้ช่วยก็ไม่ต้องออก จากราชการ แต่หาก ก.ค.ศ.ดูแล้วว่าผลสอบที่มาไม่ถูกต้องก็จะต้องให้มีการชี้แจงกลับมาก นางศิริพร กล่าว 

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2557

Comments