ครูแก่ 7 แสนคน อุปสรรคแท็บเล็ต

โพสต์19 มิ.ย. 2557 00:12โดยPramern Boonsena

นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ฝ่ายสังคมจิตวิทยา ซึ่งมีการประชุมร่วมระหว่าง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา กับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ให้เปลี่ยนแปลงงบประมาณการจัดซื้อแท็บเล็ตตามโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน ปี 2556 และ 2557 ไปพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) เพื่อการศึกษาในรูปแบบอื่นๆ มาแทนการแจกแท็บเล็ตนั้น โดยมอบให้ ศธ.มาตั้งคณะทำงานเพื่อคิดรูปแบบที่เหมาะสมมาเสนอต่อฝ่ายสังคมจิตวิทยานั้น ศธ.ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นเจ้าภาพ และได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการแล้ว มีนายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานคณะทำงาน และเบื้องต้นได้คิดรูปแบบทดแทนไว้ 4 ทางเลือก ได้แก่ สมาร์ทคลาสรูม สมาร์ทสคูล อี-เลิร์นนิ่ง และสมาร์ทไลบรารี่ 

"แม้ไอซีทีเพื่อการศึกษามีความจำเป็น แต่ต้องเตรียมความพร้อมในการนำสื่อไอซีทีเพื่อการศึกษามาใช้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยคำนึงถึงงบประมาณที่มีอยู่และมุ่งเป้าให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน การนำไอซีทีมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนทำได้หลายรูปแบบและยังต้องคำนึงถึงสถานภาพของสถานศึกษาทั่วประเทศ ที่มีความพร้อมทั้งด้านกายภาพและครูแตกต่างกัน จากสถิติพบว่า เกิน 50% ของครูไทยที่มีประมาณ 7 แสนคนอายุเกิน 50 ปี เป็นอุปสรรคหนึ่งต่อการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน ดังนั้นที่ประชุมเห็นว่าควรจะมีการพัฒนารูปแบบการใช้ไอซีทีเพื่อการเรียนการสอนที่มีความเหมาะสมและหลากหลาย มาแทนการแจกแท็บเล็ตให้นักเรียน" 



ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง 


Comments