ขรก.เฮ!รัฐเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล

โพสต์29 ต.ค. 2556 21:30โดยPramern Boonsena

เบิกอุปกรณ์ใหม่อีก80รายการ-คาดเริ่มพ.ย.นี้ ขรก.เฮ!รัฐเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมเตรียมเพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลให้กับข้าราชการ หลังสามารถลดงบประมาณเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการในปีงบประมาณ 2556 ได้กว่า 1,000 ล้านบาท จากการตั้งงบประมาณไว้ที่ 6 หมื่นล้านบาท แต่ข้าราชการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมกันเพียง 5.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งลดลงจากยอดเบิกจ่ายจริงในปีงบประมาณ 2555 ที่อยู่ในระดับ 6.1 หมื่นล้านบาท

สำหรับสิทธิการรักษาพยาบาลที่จะเพิ่มให้ข้าราชการ อาทิ ค่าห้อง ค่าอาหาร ซึ่งปัจจุบันให้เบิกที่ 600 บาทต่อคืน ถือว่าน้อยมาก จึงกำลังศึกษาว่าควรจะเพิ่มเป็นเท่าใด นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มอุปกรณ์ในการรักษาใหม่ๆ อีก 80 รายการ อาทิ ข้อเข่าเทียม สายบายพาสหัวใจ อุปกรณ์ชิพสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน เครื่องช่วยฟังแบบที่สามารถฝังไว้ข้างหูสำหรับผู้สูงอายุ จากปัจจุบันที่กำหนดไว้ 350 รายการ

"ขณะนี้กำลังนำรายการเบิกจ่ายใน ปัจจุบันมาพิจารณาปรับปรุง และเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆ เข้าไป คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2556" นายมนัสกล่าว

ทั้งนี้ค่ารักษาพยาบาลในปีงบประมาณ 2556 ที่ปรับลดลงกว่า 1,000 ล้านบาทนั้นเกิดจากการที่กรมบัญชีกลางได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์ในการจ่ายยาของ ข้าราชการใหม่ โดยได้กำหนดแนวทางการเบิกจ่ายยาไว้ 4 แผน คือ ABCD โดยให้ข้าราชการใช้ยาในบัญชีหลักที่ผลิตในไทยก่อน หากยาบัญชีหลักใช้ไม่ได้จึงจะให้ใช้ยานอกบัญชี หรือยานำเข้าจากต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่จะมีราคาแพงกว่ายาบัญชีหลัก

"ประกาศใหม่นี้ทำให้ค่ายาใน การรักษาลดลงไปมาก และสามารถจะใช้ยาในบัญชีหลักผสมกับยานอกบัญชีได้ จากเดิมไม่สามารถผสมกันได้ ซึ่งในระบบใหม่แพทย์ที่รักษาจะต้องระบุว่ายานอกบัญชีที่ต้องใช้นั้นเพราะ อะไรเป็นรายตัวยา ไม่ใช่เหมารวมในการจ่ายยาแต่ละครั้งเหมือนในอดีต" นายมนัสกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการว่าจ้างสำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) ให้มาช่วยตรวจเช็กการเบิกจ่าย ค่ารักษาพยาบาลทำให้แพทย์และผู้ทำการรักษาไม่กล้า เบิกยาเกินจริง ซึ่งช่วยให้ใช้งบประมาณลดลง โดยในปีงบประมาณ 2557 นี้ตั้งงบสำหรับค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการไว้ที่ 6 หมื่นล้านบาทเท่ากับปีที่ผ่านมา

นายมนัสกล่าวถึงความคืบหน้าในการ บูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพว่า ขณะนี้ได้ร่วมกันพิจารณาในเรื่องสิทธิประโยชน์ของการรักษาจากก่อนหน้านี้มี ความร่วมมือกันเรื่องการเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถรักษาได้ทุกโรงพยาบาล รวมถึงโรงพยาบาลเอกชน โดยเตรียมขยายไปยังโรคอื่นๆ อาทิ มะเร็ง เอดส์ เป็นต้น

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556 

Comments