การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

โพสต์17 พ.ย. 2556 20:37โดยPramern Boonsena

ศธ.จัด Workshop การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 ที่ห้องราชา 2 ชั้น 11

รมว.ศธ.กล่าวว่า การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มีความจำเป็นที่จะต้องหาระบบ กลไก และวิธีการในการดูแลให้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้เป็นประโยชน์อย่าง เต็มศักยภาพสำหรับการจัดการศึกษาของไทย และสอดคล้องกับนโยบายของ ศธ.ด้วย

การประชุมในครั้งนี้ ต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยเริ่มจากคำถามที่ว่า เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแปลว่าอะไร เพราะพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า ขณะนี้ยังคงมีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแตกต่างกันมาก มีการอธิบายว่าคำนิยามของคำว่า เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ที่ใช้กันอยู่ในระเบียบเกี่ยวกับกองทุนคือ สื่อ ซึ่งความหมายนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จึงต้องมีการนำเอากฎหมายมาอ้างอิงความหมายของคำนี้ ตามความหมายในมาตราที่ 69 จะเห็นได้ชัดว่าผู้ที่ร่างและผู้ที่ยกร่าง รวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรที่ได้พิจารณากฎหมายนี้ ต่างเห็นความสำคัญที่จะต้องมีหน่วยงานกลางเพื่อพิจารณา เสนอนโยบายและแผน ส่งเสริมการประสาน วิจัย และพัฒนาการใช้ ประเมินคุณภาพ ประสิทธิภาพของการผลิต และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มาตั้งแต่ปี 2542

อย่างไรก็ตามในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมานี้ เมื่อพิจารณาเรื่องแท็บเล็ต ก็พบว่าต้องใช้เวลานานกว่า 1 ปีในการจัดซื้อแท็บเล็ตรุ่นหนึ่งให้แก่นักเรียนและครู แต่ก็ยังดำเนินการจัดซื้อไม่เสร็จสิ้น เพราะติดปัญหาเรื่องระเบียบและวิธีการในการหาซื้อ จะเดินหน้าต่อไปก็ติดการร้องเรียน หากจะยกเลิกก็ติดกฎระเบียบขององค์กรที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องใหญ่กว่านั้นก็คือ เนื้อหาที่จะใช้กับแท็บเล็ตที่ไม่ครอบคลุมกับการใช้ เช่น ครอบคลุมรายวิชาต่างๆ หรือครบทุกชั้นเรียน เป็นต้น

ปัจจุบันมีสื่อสมัยใหม่ที่ดีจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศมาเสนอ แต่ก็ไม่มีระบบรองรับว่าสื่อเหล่านั้นจะเข้ามาในระบบได้อย่างไร ซึ่งจะต้องมีการสร้างระบบมาคัดกรอง สร้างมาตรฐานให้รู้ว่าสื่อแอพพลิเคชั่นและเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการ สอนอย่างไรที่ใช้ได้ดี มีมาตรฐาน หรือประเภทใดที่ใช้เป็นสื่อหลักหรือสื่อเสริมการเรียนการสอน รวมทั้งต้องมีระบบที่ส่งเสริมการพัฒนาอีกเป็นอย่างมาก เพื่อให้ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญมาพิจารณากันอย่างจริงจังในวงกว้าง ไม่จำกัดอยู่ในวงแคบเท่านั้น



จากการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเข้าประชุมเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ได้เห็นว่าต่างประเทศมีการทำแผนแม่บทก่อน ซึ่งได้จัดทำเป็นแผนครั้งละ 5 ปี เกี่ยวกับการจัดโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เสมือนกับการจัดสร้างถนนหรือเส้นทางไปถึงผู้เรียนและให้ผู้ใช้เข้าถึงอิน เทอร์เน็ตได้ ซึ่งแผนแม่บทนี้ได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นก่อนปี 2543 เล็กน้อย หลังจากนั้นจึงดำเนินการตามแผนแม่บทครั้งละ 5 ปี โดยในแต่ละ 5 ปี ก็ดำเนินการพัฒนาเนื้อหาสำหรับการเรียนการสอน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 5 ปี คิดวิเคราะห์ 5 ปี หมายความว่าในแต่ละ 5 ปีต้องทุ่มเททั้งคน ทรัพยากร และสติปัญญา มาคิด เพื่อพัฒนาเนื้อหาให้ใช้กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และโน้ตบุ้ค โดยในต่างประเทศจะมีองค์กรหลักและองค์กรย่อยเพื่อดูแลในเรื่องนี้อย่างจริง จัง เพื่อให้ผู้เรียนและผู้สอนได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาได้อย่าง เต็มที่

สิ่งที่จะต้องช่วยกันคิด คือ สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ควรจะต้องมีหน้าที่อะไร ซึ่งหน้าที่ตามกฎหมายนั้นมีอยู่แล้ว แต่ต้องมาคิดในบริบทของประเทศ พร้อมทั้งต้องพิจารณาในเรื่องการระดมทรัพยากร หรือระดมทุนมาใช้ด้วย นอกจากนี้ ขอฝากให้ช่วยกันคิดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างครอบคลุม ตลอดจนการนำเทคโนโลยีหรือวิธีการใหม่ๆ ที่จะดำเนินการอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพได้




ทั้งนี้ เมื่อเราพูดถึงเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ผู้คนมักจะนึกถึงแต่เรื่องจะทำอย่างไรให้มีอินเทอร์เน็ตใช้ ซึ่งเรื่องที่สำคัญมากคือ สื่อ การเรียนการสอน และเทคนิคในการเรียนการสอน ที่จะต้องมีการวางแผน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องรีบดำเนินการควบคู่กันไป นอกจากแผนแม่บทเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาของประเทศ และเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนแล้ว รองลงมาคือ การสร้างระบบกลไกและวิธีการที่จะดูแลการสร้างมาตรฐานและระบบคัดกรอง หากมีการดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ได้ดี ก็จะทำให้จัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆ มีการเข้าถึงแหล่งความรู้และข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด ก่อให้เกิดผลต่อการพัฒนาคนของประเทศได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณที่มาจาก ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

Comments