หมอวิจารณ์" ย้ำครูดีในอดีตไม่ใช่ครูดีในยุคนี้

โพสต์8 ม.ค. 2557 19:22โดยPramern Boonsena

เปิดเวทีเสวนาปฏิรูปการเรียนรู้ “หมอวิจารณ์” ฟันธงครูดียุคนี้ไม่เหมือนครูดีในอดีต เพราะเป็นคนละยุคกันแล้ว ย้ำครูดียุคนี้ต้องเลิกสอนแบบถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องสอนแบบส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เหมือนโค้ชที่คอยให้คำแนะนำแก่นักกีฬา

วันนี้(7ม.ค.) ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นักการศึกษาชื่อดังกล่าวในการเสวนาวิชาการ “เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล”ครั้งที่ 24 ในหัวข้อ “ยกระดับคุณภาพครู...เพิ่มการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.)ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ว่า ปัจจุบันทั่วโลกยอมรับตรงกันว่าหัวใจสำคัญของการยกระดับคุณภาพการศึกษาอยู่ที่ครูไม่ใช่หลักสูตร แต่ครูที่ดีในยุคนี้คงไม่เหมือนครูที่ดีในสมัยก่อนแล้ว เพราะคนละยุคกันสิ่งแวดล้อมต่างๆในโลกเปลี่ยนไป โดยครูที่ดีในยุคนี้ต้องเป็นครูที่ไม่ทำหน้าที่สอนแบบถ่ายทอดความรู้แต่ต้องทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองเหมือนเป็นโค้ชที่คอยให้คำแนะนำแก่นักกีฬา เน้นตั้งคำถาม ตอบคำถาม ชวนคิดไตร่ตรองสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง โดยครูจะต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กและต้องกล้าที่จะตอบเด็กว่าไม่รู้ เพราะครูไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องแต่ต้องรู้จักแนะนำแหล่งค้นหาความรู้ให้แก่ผู้เรียน และที่สำคัญการเรียนในยุคนี้ก็ไม่ใช่แค่ได้ความรู้แต่ต้องสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยขน์ในชีวิตได้ด้วยทั้งการทำมาหากินและต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ แต่อย่างไรก็ตามการที่ประเทศไทยยังไปไม่ถึงจุดนั้นเพราะผู้ใหญ่ในวงการศึกษาส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่าการศึกษาที่ดีต้องเป็นรูปแบบที่ตัวเองเคยได้เรียนมาในอดีตจึงไม่ยอมเปลี่ยนแปลงวิธีการสอน ทั้งที่โลกปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปไกลมากแล้ว



น.พ.ประเวศ วะสี ที่ปรึกษาสสค.กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศไทยจะต้องเริ่มจากการปฏิรูปการศึกษาซึ่งก็คือการปฏิรูปวิธีการเรียนรู้ เพราะรูปแบบเดิมจะจำกัดการเรียนรู้อยู่แค่เพียงในห้องเรียนหรือในตำราในขณะที่การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ การศึกษาของเราที่ผ่านมาจึงไม่ได้ส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่แต่มุ่งไปที่การสอน หรือการบอกความรู้ไม่ใช่การสอนให้ผู้เรียนรู้จักการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้นหากเรามีกระบวนการเรียนรู้ที่ดีจะถือว่าเป็นสิ่งที่่ประเสริฐที่สุดสำหรับมนุษย์



“ เมื่อเรามีการศึกษาที่ดีก็จะสามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ทุกเรื่องหรือ education for all แต่ในขณะเดียวกันการจะทำให้มีการจัดการศึกษาที่ดีได้ทุกภาคส่วนก็จะต้องเข้ามาร่วมมือกัน หรือ all for education และสุดท้ายก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าeducation cure all คือการศึกษาสามารถรักษาได้ทุกโรค” นพ.ประเวศ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามการจะทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ในเวลาที่รวดเร็วนั้นต้องใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นตัวตั้ง ซึ่งตนอยากเสนอให้มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ขึ้นในทุกจังหวัดเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลของพื้นที่ ใครทำอะไรดีที่ไหนก็เข้าไปช่วยส่งเสริมต่อยอดให้เข้มแข็งหากทำให้ทุกจังหวัดเป็นจังหวัดแห่งการปฏิรูปการเรียนรู้ก็เชื่อว่าคุณภาพการศึกษาของเราจะดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

ที่มา เดลินิวส์ วันอังคาร 7 มกราคม 2557 

Comments