หลักสูตรใหม่ไปถึงไหน

โพสต์28 ม.ค. 2557 19:05โดยPramern Boonsena

หลักสูตรใหม่ไปถึงไหน 

เลาะเลียบคลองผดุงฯ 
ตุลย์ ณ ราชดำเนิน tulacom@gmail.com 


มาถึงเกือบจะสิ้นเดือน มกราคม 2557 การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ ศ.ดร. ภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรมว.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ คณะที่ 2 เร่งรีบผลักดันโดยล็อกไปที่สพฐ.ต้องรับลูกเห็นชอบนำไปดำเนินการให้ทันทีในปีการศึกษา 2557/1 ดูแล้วมันเงียบชอบกล 
ย้อนไปประมาณเดือนพฤศจิกายน 56 ผู้ช่วย รมว.ศธ.ได้ประกาศยุทธศาสตร์แผนการขับเคลื่อนหลักสูตรชุดปฏิรูปนี้ก่อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้น ในอาการที่มีสัญญาณลุกลี้ลุกลนอย่างยิ่ง โดยจะเลือกใช้หลักสูตรกับโรงเรียนนำร่อง 3,000 โรงก่อน ส่วนโรงเรียนอื่นๆ คงต้องรอ 
โดยเฉพาะรูปแบบการเรียนการสอนของแต่ละโรงเรียน จะไปจัดสรรสาระเนื้อหาหรือชั่วโมงเรียนอย่างไรก็ไปจัดการกันเอง อย่างงี้มันก็ยุ่งทั้งเถรทั้งชีทั่วราชอาณาจักรล่ะซี 
ยิ่งมีการศึกษาเปรียบเทียบกับหลักสูตรขั้นพื้นฐานของไทยกับประเทศต่างๆ ที่ติดอันดับโลก อย่าง ฟินแลนด์ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย ฮ่องกง และอื่นๆ แล้วมาพยักหน้าเห็นด้วยว่าเดินตามเขาดีกว่า โดยไม่ดูบริบทบนพื้นฐานความเป็นไปได้ มันก็ยากถึงดวงดาว 
แม้จะมีหลักสูตรดีที่สุดในโลก แต่ตราบใดครูไทยส่วนใหญ่ยังไม่เปลี่ยนวิธีการสอน ยังแบกภาระงานสอนที่ไม่ใช่หน้าที่หลัก ผู้บริหารยังไม่อยู่โรงเรียน ศธ.ยังไม่เห็นการศึกษาเป็นความสำคัญของจังหวัด มันก็ยาก 
ความสำเร็จนั้นรวมถึงระบบบริหารจัดการ การประเมินผล การพัฒนาครู การสอน และสื่อการเรียนรู้ แม้กระทั่งการคัดเลือกคนเรียนดี คนดีเข้ามาเรียนครูเป็นครู เพราะมีวิจัยพบว่าความเก่งนั้นไม่สามารถนำมาเสริมในภายหลังได้ง่ายๆ อย่างที่พูดกัน รวมทั้งการส่งเสริมครูให้มีฐานะทางการเงินที่ดี และพัฒนาให้ครูคิดเป็นด้วย แต่ไม่ใช่คิดแค่เสนอโครงการให้ครูกู้เพียงอย่าง 
ที่สำคัญ หลักสูตรไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการศึกษา เป็นพลวัตร หากแตะส่วนใดส่วนหนึ่งก็จะมีผลกระทบกับองค์ประกอบส่วนอื่นๆ และการอ้างผล PISA มาเป็นเหตุผลการเปลี่ยนหลักสูตร ก็ไม่น่าจะใช่เพราะคนละปรัชญา เป็นการวัดผลสมรรถนะกลุ่มชนชั้นกลางของกลุ่มประเทศ OECD และไทยเองไม่ได้เป็นสมาชิก 
ประเทศเรามีเยาวชนที่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางทั่วประเทศ เพียง 25 เปอร์เซ็นต์ และสภาพเด็กไทยส่วนใหญ่ได้รับปัจจัยพื้นฐานของชีวิตยังไม่ดีพอและยังมีช่องว่างทางการศึกษาระหว่างโรงเรียนเมืองกับชนบท 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

Comments