จี้ปรับระบบการศึกษาไทย-รื้อผลิตครู สวทศ. แนะนักศึกษาครูต้องมีพี่เลี้ยง

โพสต์19 ส.ค. 2556 19:17โดยPramern Boonsena

รศ.ลัดดา ภู่เกียรติ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีศึกษาไทย (สวทศ.) เปิดเผยว่า ตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สวทศ. ได้ไปช่วยพัฒนาครูระดับประถมศึกษาให้รู้จักวิธีการสอนผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันก็มีภาคเอกชนจำนวนมากเข้ามาร่วมพัฒนาครู ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องยอมรับว่า คนที่มาเรียนครูขณะนี้เปลี่ยนไป จากอดีตที่คนมาเรียนครูจะเป็นคนที่เก่งจริง ๆ และเมื่อจบออกไปจะเป็นครูที่มีคุณภาพ แต่เด็กที่มาเรียนครูปัจจุบันไม่เก่งมากนัก ดังนั้นนอกจากสถาบันฝ่ายผลิตครูจะต้องช่วยพัฒนาเด็กแล้ว ต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนใหม่ โดยต้องให้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งต้องมีเพื่อนหรือพี่เลี้ยงให้ช่วยดูแลด้วย ซึ่งจะเหมือนกับการเรียนของนักศึกษาแพทย์ ที่จะมีพี่เลี้ยงคอยดูแล หรือ การเรียนครูในประเทศฟินแลนด์ จะมีพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือเช่นกัน ทั้งนี้ การที่นักศึกษาครูได้เรียนทฤษฎีจบแล้ว และออกไปฝึกปฏิบัติโดยไม่มีพี่เลี้ยง จะทำให้นักศึกษาครูขาดต้นแบบ ขาดความเข้าใจ ขาดจิตวิญญาณความเป็นครู แต่ถ้าเรามีพี่เลี้ยงให้ เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาคนที่ออกไปเป็นครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู ที่ได้รับจากพี่เลี้ยง

ด้าน ดร.มีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน กล่าวว่า ขณะนี้ระบบการศึกษาไทยจะเน้นให้เด็กอ่านออก เขียนได้ บวก ลบ คูณ หารเป็น หรือเรียกได้ว่าเน้นท่องจำ แต่ขาดการกระตุ้นให้นักเรียนมีการคิดริเริ่มใหม่ ๆ ในการสร้างนวัตกรรม ทั้งที่ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ใช้งบประมาณด้านการศึกษามาก 20% ของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของ โลกรองจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังนั้น น่าจะทำให้คุณภาพการศึกษาของไทยดี แต่เมื่อดูผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่าง ๆ เช่น การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต กลับพบว่าไม่มีวิชาใดที่เด็กไทยส่วนใหญ่ทำคะแนนได้สูงกว่า 50% เป็นต้น ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากครูผู้สอนที่สอนไม่ดี

ดร.มีชัย กล่าวต่อไปว่า เราต้องกลับไปดูที่สถาบันฝ่ายผลิตครู หรือ มหาวิทยาลัยที่ผลิตครูออกมาไม่มีคุณภาพเพราะอะไร แต่ที่แน่ ๆ ขณะนี้ภาคเอกชนหันมาผลิตเด็กเองมากขึ้น เพราะมหาวิทยาลัยผลิตเด็กไม่ได้ตามความต้องการของตลาดแรงงาน อีกทั้งระบบการศึกษาไทยมุ่งผลักดันให้เด็กเข้าสู่มหา วิทยาลัยได้ แต่ไม่ได้นำไปสู่การใช้ชีวิตและการทำงานที่เหมาะสม ทั้งนี้ ตนเห็นว่าระบบการศึกษาที่ดีต้องทำให้เด็กสามารถมีความคิดริเริ่ม สามารถค้นคว้าหาทางเลือกให้แก่ตัวเองได้ ต้องสอนเด็กรู้จักค้นคว้าหาคำตอบเองได้ ส่วนครูเป็นเพียงผู้ช่วย และต้องเปลี่ยนโรงเรียนจากที่ให้ความรู้เฉพาะเรื่อง มาเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาสำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และสมาชิกทุกคนในชุมชนด้วย.


ที่มา--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 20 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)-- 

Comments