"ชินภัทร" พร้อมให้ข้อมูลดีเอสไอ ต้น เม.ย.

โพสต์28 มี.ค. 2556 21:15โดยPramern Boonsena

ตัวแทนเขตพื้นที่ฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้อง รบ.จัดการตัวการใหญ่ใน ศธ. จี้ ก.ค.ศ.ยกเลิกผลการสอบตามข้อมูลของดีเอสไอ รวมทั้งการยกเลิกรายบุคคลที่มีคะแนนสูงผิดปกติ และการยกเลิกรายเขต "พิษณุ" เผยสารภาพอีก 3 รายและซัดทอดสู่ตัวการอื่นๆ ได้ เจ้าตัวเตรียมยุติบทบาท ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังดีเอสไอรับคดีพิเศษ 

วันที่ 28 มี.ค.56 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ได้รับหนังสือแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ไปให้ข้อมูลในวันที่ 2 เม.ย.56 ซึ่งจะเดินทางไปให้ข้อมูลด้วยตัวเอง และพร้อมที่จะชี้แจงทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีโอกาสชี้แจงเอง ฉะนั้นคราวนี้จึงเป็นโอกาสดี ทั้งนี้ในการชี้แจงจะเตรียมเอกสารและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับภารกิจที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เกี่ยวข้อง อาทิ การออกข้อสอบ การตรวจข้อสอบ เป็นต้น สำหรับการดำเนินการตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ให้จัดส่งเอกสารและข้อมูลไปให้เขตพื้นที่การศึกษาเพื่อตรวจสอบและพิจารณาเพิกถอนการสอบครูผู้ช่วยนั้น ทาง สพฐ.ได้ส่งคะแนนไปให้เขตพื้นที่การศึกษาแล้ว ส่วนหนังสือแจ้งให้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ) เขตพื้นที่ฯ ตรวจสอบเรื่องนี้นั้นทางสำนักงาน ก.ค.ศ. จะจัดส่งหนังสือไปเอง 

"เรื่องที่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาใน 10 เขตที่ถูกทาง สพฐ. ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงห่วงว่าจะถูกโยกให้มาช่วยราชการที่ สพฐ.นั้น ผมไม่อยากให้กลัวกันไปเพราะการดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน" เลขาธิการ กพฐ.กล่าว 

นายสานิตย์ พลศรี กรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1ในฐานะตัวแทนชมรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ทางชมรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีผู้แทนจากเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ อาทิ สพป.นครราชสีมา เขต 2,4,5 และ 7 สพป.เลย เขต 2 สพป.ชัยภูมิ เขต 1 ได้ประชุมหารือจากกรณีปัญหาทุจริตสอบครูผู้ช่วยที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ.มีมติให้ส่งข้อมูลให้เขตพื้นที่การศึกษาไปพิจารณาตรวจสอบภายใน 15 วันโดยระบุว่าที่ประชุม ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้เขตพื้นที่การศึกษายกเลิกการสอบ 

โดยจากการหารือมีมติให้ออกแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาลและคณะกรรมการ ก.ค.ศ.และผู้ที่เกี่ยวข้องใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ขอให้เร่งรัดดำเนินการเพื่อเอาผิดกับบุคคลที่เป็นตัวการใหญ่ ในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้งทางวินัย และทางอาญาอย่างจริงจัง 2.ขอให้ ก.ค.ศ.ดำเนินการยกเลิกผลการสอบตามข้อมูลของดีเอสไอ รวมทั้งการยกเลิกรายบุคคลที่มีคะแนนสูงผิดปกติ และการยกเลิกรายเขต 

ตัวแทนชมรม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ กล่าวต่อไปว่า 3.ขอให้ ก.ค.ศ.ยกเลิกหลักเกณฑ์ วิธีการสอบแข่งขัน และวิธีดำเนินการสอบแข่งขันคัดเลือกบุคคล เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว12 ตามหนังสือเวียนที่ ศธ 0206.2/ว 14 ลงวันที่ 25 เม.ย.55 ที่ขัดต่อเจตนารมณ์ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 47 วรรคแรกที่จะส่อให้เกิดการทุจริตได้ 

ด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจากที่ดีเอสไอ มีมติรับเรื่องทุจริตการสอบครูผู้ช่วย เป็นคดีพิเศษแล้ว จากนี้เท่ากับว่าดีเอสไอมีอำนาจสมบูรณ์และสามารถสอบสวนในเชิงลึกได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังพิจารณาตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นมาอีกชุด เพื่อรวบรวมสรุปข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการสอบทุจริตทั้งที่ได้จากคณะกรรมการตรวจสอบฯ ชุดนายพิษณุ และที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเรื่องดังกล่าวรวดเร็วขึ้น 

ต่อข้อถามว่า เมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะมีการพิจารณาย้าย นายชินภัทร หรือไม่เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค์ต่อการสอบสวน นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว ต้องขอดูข้อมูลการสอบสวนของดีเอสไอ หลังจากที่รับเป็นคดีพิเศษก่อน ซึ่งทั้งหมดจะพิจารณารอบคอบ แต่ยืนยันว่า ศธ.ยินดีให้ความร่วมมือกับดีเอสไอในการให้ข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับการร้องขอแน่นอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับ นายชินภัทร เรื่องที่ดีเอสไอรับการสอบทุจริตครูเป็นคดีพิเศษ 

นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รับกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วยเป็นคดีพิเศษ ว่า ดีเอสไอได้ติดต่อมายังตนเพื่อขอข้อมูลหลักฐานที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบไว้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการทำงานของดีเอสไอ ซึ่งตนก็กำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่เพื่อส่งมอบให้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เพื่อนำส่งให้ดีเอสไอต่อไป 

นายพิษณุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับข้อมูลหลักฐานที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ได้ตรวจสอบไว้นั้น บางส่วนได้ส่งมอบให้ดีเอสไอไปแล้ว เช่น โพยเฉลยข้อสอบ ส่วนที่จะส่งมอบให้คราวนี้นั้น ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องประมาณ 30-40 ราย ซึ่งคนที่ถูกเรียกมาสอบปากคำนั้น มีทั้งผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้เข้าสอบ ผู้คุมสอบ ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา และผู้กระทำผิดที่รับสารภาพด้วย ในจำนวนนี้มีประมาณ 3 ราย ที่ยอมรับสารภาพและซัดทอด ซึ่งข้อมูลสามารถนำไปใช้ขยายผลการสอบสู่ตัวการอื่นๆ ได้ 

"เมื่อดีเอสไอรับเรื่องทุจริตสอบครูผู้ช่วยเป็นคดีพิเศษแล้ว ขณะเดียวกันคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ก็มีมติให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ไปดำเนินการสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ของตัวเอง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในกรณีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตัวเอง ฉะนั้นจึงเตรียมยุติบทบาทของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ผมเป็นประธานอยู่ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับมอบหมายแล้ว" นายพิษณุ กล่าว 

 

ที่มา สยามรัฐ

Comments