คณิตศาสตร์


ศึกษาพาที : เวลาที่ผ่านไป มีแต่เสียกับเสีย

โพสต์21 ม.ค. 2557 23:30โดยPramern Boonsena

ผมเชื่อว่าเหตุการณ์บ้านเมืองในสังคมของบ้านเราเวลานี้ จะต้องมีคนหลายคนที่เสียดายเวลาที่ผ่านเลยไปโดยยังมองไม่ออกว่า เมื่อไรเรื่องต่างๆ มันจะยุติสักที จะได้เริ่มต้นทำงานเพื่อสร้างความเจริญให้กับตัวเองได้เสียที เพราะถ้าเหตุการณ์บ้านเมืองยังเป็นอย่างนี้ คงทำงานอะไรๆ ลำบากไปหมด 

ขนาดสมาคมผู้สื่อข่าวการศึกษา ซึ่งไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ยังต้องชะงักในการที่จะเดินหน้าทำงานเพื่อการพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างในสังคมคนกรุงเทพฯเวลานี้มันเกี่ยวโยงกันไปหมดกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น 

เลยทำให้คิดเสียดายว่า หากเหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งยืดเยื้อนานยิ่งขึ้น โอกาสดีๆ ของคนไทย ของประเทศไทยคงสูญหายไปพร้อมๆ กับเวลาที่ผ่านไปเช่นกัน 

ประเทศไทยมีความต้องการอย่างมากคือ “เวลา” ที่จะใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ แต่ยิ่งเสียเวลาไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันสิ้นสุดโอกาสในการพัฒนาของคนไทยและประเทศไทยก็ยิ่งลดน้อยลงไปเรื่อยเช่นกัน 

ถ้าเราลองมองย้อนไปดูสถิติของการพัฒนาประเทศที่ผ่านจะพบว่า ประเทศไทยยังต้องมีการพัฒนาในทุกด้าน 

ตัวอย่าง ข้อมูลตัวชี้วัดที่ WEF เคยสำรวจเอาไว้พบว่า ปัญหาใหญ่ๆ ของไทยที่จะต้องแก้ไขเพื่อให้มีสภาพที่ดี และได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในช่วงต้นๆนั้นมีด้วยกันดังนี้คือ หนึ่ง ความไม่มั่นคงของรัฐบาล สอง นโยบายไม่มีเสถียรภาพ สาม ระบบราชการไม่มีประสิทธิภาพ สี่ คอร์รัปชั่น ห้า แรงงานที่ได้รับการศึกษามีไม่เพียงพอ และหก การสาธารณสุขต่ำ 

ทั้งหกข้อคือ สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องรีบทำ แต่เมื่อเวลาที่จะนำมาทำเพื่อการพัฒนา หรือนำมาแก้ปัญหามันหมดลงไปเรื่อยๆ โดยที่ปัญหาเหล่านั้นยังคาราคาซังอยู่ แล้วเมื่อไรประเทศไทยจะได้ลืมตาอ้าปาก เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศมีความสงบสุขและมีหน้ามีตาทัดเทียมกับประเทศอื่นเขาได้ 

ผมว่าวันนี้ใครจะทำอะไรก็รีบๆ เถอะครับ (ถ้าเห็นว่าดี) อย่าปล่อยให้ประเทศชาติต้องเสียเวลาในการพัฒนาต่อไปอีกเลย 

จำไว้ว่า “เวลาและวารี” มันไม่คอยใครเหมือนอย่างคำโบราณเขาว่าไว้นั่นแหละครับ 

ชนิตร ภู่กาญจน์ 

 

ที่มา แนวหน้า วันอังคาร ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

• เร่งปั้นเกณฑ์วิทยฐานะครูแนวใหม่ เน้นทดสอบความรู้พื้นฐานครู

โพสต์21 ม.ค. 2557 23:29โดยPramern Boonsena

สำนักงานก.ค.ศ.เร่งจัดทำเกณฑ์วิทยฐานะแนวใหม่ เน้นทดสอบความรู้พื้นฐานครู 

วันนี้(21ม.ค.) นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแนวใหม่ว่า ขณะนี้ก.ค.ศ.กำลังพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน โดยแบ่งเป็น 2หลักเกณฑ์ ได้แก่ 1.หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะตามกรอบแนวคิดTheoretical PEdagogical knowledge หรือTPK ซึ่งใช้สำหรับสายงานสอนและสายงานนิเทศการศึกษาที่ต้องผ่านการทดสอบสมรรถนะทั้งด้านความรู้ความสามารถเชิงทฤษฎีในกลุ่มการเรียนรู้และด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพและประสบการณ์วิชาชีพ และ 2.หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะในรูปแบบข้อตกลง(Performance Agreement) หรือ PA ซึ่งจะใช้สำหรับสายงานบริหารสถานศึกษาและสายบริหารการศึกษาที่ต้องเสนอแนวทางการพัฒนางานในรูปแบบที่เป็นข้อตกลงที่ครอบคลุมการปฏิบัติงานและผลงานที่แสดงถึงการพัฒนางานในความรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา การบริหารและจัดการศึกษารวมทั้งนโยบายเร่งด่วนและนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวกับคุณภาพผู้เรียน โดยต้องประเมินข้อตกลงทั้งด้านการประพฤติปฎิบัติตนและผลจากการปฎิบัติงาน 

เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อไปว่า จากการที่สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้จัดประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนส่วนราชการและผู้มีส่วนได้เสียเมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมมีความเห็นว่าเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาและบรรลุจุดมุ่งหมายของการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ จึงเห็นควรให้นำหลักเกณฑ์ตามกรอบแนวคิด TPK และ PA มาบูรณาการเป็นหลักเกณฑ์เดียวกัน แต่ให้ใช้กรอบแนวคิดของ PA เป็นหลัก โดยให้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมินตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานวิทยฐานะ และให้มีการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานที่ผู้ขอรับการประเมินจะต้องผ่านการทดสอบความรู้พื้นฐานก่อน 

" สำนักงาน ก.ค.ศ.จะนำความเห็นดังกล่าวเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเฉพาะกิจ เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาภายในเดือนมกราคมนี้ ก่อนที่จะนำเสนอ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯที่เกี่ยวข้องและ ก.ค.ศ.เพื่อพิจารณาต่อไป" เลขาธิการก.ค.ศ.กล่าว 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันอังคาร 21 มกราคม 2557

1-2 of 2