อัดสพฐ.หมกเม็ดโกงสอบครู จี้คืนอำนาจจัดสอบครูผู้ช่วย

โพสต์17 มี.ค. 2556 23:53โดยPramern Boonsena
"ดีเอสไอ" เผยผลสอบโกงครูผู้ช่วยกว่า 2 พันอัตรา พบ 3 รูปแบบ เล็งประชุมทีมงานสรุปรายละเอียดอีกครั้ง 18 มี.ค. เตรียมเพิกถอนผลสอบรายพื้นที่-บุคคล "บอร์ดครูประถมโคราช" แนะเอาผิดแก๊งทุจริตสอบครูจริงจัง ระบุ "สพฐ." มีเบาะแสทุจริตมานานแล้ว แต่หมกเม็ดไว้ จี้รัฐบาลฟันตัวการ หวั่นสังคมหมดศรัทธาอาชีพครู วอนอำนาจเขตพื้นที่ดำเนินการจัดสอบเอง 

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วยจำนวน 2,000 อัตราของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในเชิงลึก พบว่ามีการกระทำผิดใน 3 รูปแบบคือ การเฉลยข้อสอบ และแจกก่อนเข้าห้องสอบ การใช้เครื่องมือสื่อสารเข้าไปทำการเฉลยข้อสอบขณะอยู่ในห้องสอบ และการสอบแทนกัน ทั้งนี้ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ คณะทำงานของดีเอสไอจะมีการประชุมสรุปรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง รวมทั้งจะมีการสรุปพื้นที่ทำการสอบที่จะต้องเพิกถอนผลสอบเป็นรายพื้นที่และรายบุคคลที่กระทำความผิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความไม่เป็นธรรมกับผู้ที่สอบได้โดยสุจริต เพื่อส่งให้กับกระทรวงศึกษาธิการในวันเดียวกัน 

ด้าน นายอดิศร เนาวนนท์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 7 เปิดเผยถึงกรณี ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ลงนามคำสั่งให้ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วยสลับตำแหน่งชั่วคราว ว่า เป็นการปฏิบัติตามวิธีปกติของระบบข้าราชการไทยเท่านั้น การทุจริตเกี่ยวข้องการสอบครูที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) หมกเม็ดมาตลอด และครั้งนี้มีความพยายามจะปิดบังอำพรางไว้เช่นเดียวกัน ดังนั้นรัฐบาลต้องเอาจริงในการเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนหากไม่สามารถเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่มีตำแหน่งระดับบิ๊กๆในสพฐ.ซึ่งอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตได้สังคมจะหมดศรัทธากับอาชีพครูโดยมีข้าราชการครูเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ไม่มีจริยธรรม ทรยศต่อวิชาชีพ จึงขอฝากความหวังกับดีเอสไอที่จะดำเนินการเอาผิดกับขบวนการทำลายความเชื่อมั่นของอาชีพครู ซึ่งต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มิเช่นนั้นจะไปสอนใครได้หากครูทำผิดเสียเองและทำให้การทุจริตขยายวงแพร่หลายเป็นอันตรายต่อสังคม และประเทศชาติ 

นายอดิศร กล่าวต่อว่า การสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพฐ.ยังรวบอำนาจการดำเนินการจัดสอบ โดยให้เขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่เป็นเพียงสนามสอบ นอกจากจะแก้ปัญหาการทุจริตสอบไม่ได้แล้วยังเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.2547 มาตรา 47 ที่บัญญัติให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคล เข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 

"ฉะนั้น สพฐ.ต้องคืนอำนาจการจัดสอบให้กับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการเอง หากพบการทุจริตในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ดำเนินการทั้งทางวินัย และทางอาญากับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด เมื่อใช้ข้อสอบเป็นชุดเดียวกันทั่วประเทศ มีความเป็นไปได้ ที่จะมีการเผยแพร่คำตอบ โดยช่องทางออนไลน์ ไปยังผู้เข้าสอบในสนามสอบอื่นๆ หากมีพยานหลักฐานพบการกระจายคำตอบข้อสอบ ต้องประกาศยกเลิกผลการสอบทั้งหมดทั่วประเทศ" 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ


จี้สพฐ.คืนอำนาจจัดสอบครูผู้ช่วย 



เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายอดิศร เนาวนนท์ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 กล่าวถึงกรณีที่นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ลงนามคำสั่งให้ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบครูผู้ช่วยสลับตำแหน่งชั่วคราว ว่า เป็นการปฏิบัติตามวิธีของระบบราชการไทย การทุจริตที่เกิดขึ้นมิใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปิดบังมาตลอด รัฐบาลต้องเอาจริงกับเรื่องดังกล่าว เพราะมีพยานและหลักฐานชัดเจน หากไม่สามารถเอาผิดกับบุคคลระดับสูงในสพฐ.ได้ สังคมจะหมดศรัทธา จึงฝากความหวังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่จะเร่งดำเนินการ 

นายอดิศรกล่าวต่อว่า การสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ยังรวบอำนาจการดำเนินการจัดสอบ โดยให้เขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่เป็นเพียงสนามสอบ นอกจากจะแก้ปัญหาการทุจริตสอบไม่ได้แล้ว ยังผิดพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 47 ที่ระบุว่าให้อ.ก.ค.ศ.เป็นผู้ดำเนินการสอบบรรจุ และแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ.ต้องคืนอำนาจการจัดสอบให้อ.ก.ค.ศ.ดำเนินการเอง หากพบทุจริตในเขตพื้นที่การศึกษาใด ก็ให้ดำเนินการทั้งวินัยและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อใช้ข้อสอบชุดเดียวกันทั่วประเทศ ก็เป็นไปได้ที่จะเผยแพร่คำตอบโดยช่องทางออนไลน์ ไปยังผู้เข้าสอบในสนามอื่นๆ ซึ่งหากมีพยานหลักฐานชัดเจน ก็ต้องยกเลิกผลการสอบทั่วประเทศ 

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

Comments