ศธ.กลับลำประกาศเปิดเทอม 16 พ.ค.เหมือนเดิม

โพสต์10 ต.ค. 2556 20:16โดยPramern Boonsena

หลังผลสำรวจเสียงส่วนใหญ่เห็นดีกว่า 10 มิ.ย. เพราะไม่กระทบภูมิอากาศ ประเพณี

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 9 ต.ค.56 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการเลื่อนเปิด-ปิดภาคเรียนของสถานศึกษาในสังกัด ศธ. โดยที่ประชุมได้มีการนำข้อดีและข้อเสียของการเลื่อนเปิดเทอมจาก 16 พ.ค.เป็น 10 มิ.ย.และการเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.เหมือนเดิม รวมถึงนำผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการศึกษา อาทิ นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และผู้บริหารสถานศึกษา 15,696 คน เกี่ยวกับการเลื่อนเปิด-ปิดเทอม ที่ระบุว่า 54.54 % เห็นด้วยกับการเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค. และ 18.02 % เห็นด้วยกับการเลื่อนเปิดเทอมเป็นวันที่ 10 มิ.ย. มาพิจารณา

ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.จะมีข้อดีมากกว่าการเลื่อนไปเปิดเทอมวันที่ 10 มิ.ย. เพราะเมื่อคำนึงถึงการเรียนการสอนของนักเรียนส่วนใหญ่ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.5 จะพบว่าการเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.จะมีความสอดคล้องในแง่ของภูมิอากาศ ประเพณีไทย และไม่กระทบต่อปัญหาการใช้พลังงานไฟฟ้า ปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่ม ซึ่งหากต้องเลื่อนเปิดเทอมจะทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งเหล่านี้

ดังนั้น สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอชีวศึกษา (สอศ.) จะเปิดเทอมในวันที่ 16 พ.ค. เหมือนเดิม

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การให้เปิดภาคเรียนเหมือนเดิมจะทำให้ไม่ต้องแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และไม่กระทบต่อการขอรับเงินอุดหนุนรายหัว เพราะใช้ฐานข้อมูลนักเรียนวันที่ 10 มิ.ย. ขณะเดียวกันทาง สอศ. ยังเห็นว่าเด็กอาชีวะมีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยน้อย และการเปิดเทอมวันที่ 16 พ.ค.จะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่กำลังหาแรงงานมากกว่าด้วย

ส่วนเด็ก ม.6 แม้ว่าการเปิดเทอมช่วงเวลาเดิม จะมีผลให้เด็กมีช่วงเวลาว่างค่อนข้างมากประมาณ 4 เดือนครึ่ง ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเทอมในช่วงกลางเดือน ส.ค.นั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่กลับเป็นโอกาสดี เพราะในบางประเทศจะใช้ช่วงเวลานี้สำหรับเรียนภาษาเพิ่มเติม หรือเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัย แต่สำหรับประเทศไทยก็จะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดระบบการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ซึ่งตนได้ขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยเลื่อนการสอบรับตรงของมหาวิทยาลัยมาอยู่ในช่วงที่นักเรียนได้เรียนจบการศึกษาแล้ว เพื่อให้เด็กได้มีเวลาเตรียมตัว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ก็เห็นด้วยว่าการจัดสอบต่างๆ ของ สทศ.ควรจัดสอบหลังนักเรียนจบการศึกษาเช่นกัน ซึ่ง สทศ.ก็ยินดีที่จะพิจารณาขยับช่วงเวลาในการสอบให้สอดคล้องกับช่วงเวลาปิดภาคเรียนที่ 2 ที่จะมีช่วงเวลาที่นักเรียนหยุดเรียนนานขึ้นด้วย

"ความจริงแล้วการเลื่อนเปิดปิดภาคเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ได้มีการเปิดปิดพร้อมกัน ซึ่งการเปิดปิดแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.เปิดช่วงเดือน ม.ค., 2.ช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. และ 3. ช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ซึ่งถือว่ามีความแตกต่างกันมาก ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะเลื่อนเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับกับกลุ่มประเทศอาเซียนจึงไม่ใช่ประเด็น"

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามการเปิดเทอมในวันที่ 16 พ.ค.เหมือนเดิมนั้น จะมีผลกระทบแค่กับนักศึกษาฝึกสอนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เท่านั้นที่จะไม่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการฝึกสอน ซึ่งหลังจากนี้คงจะต้องหาวิธีแก้ไขปัญหากันต่อไป

 

ที่มา สยามรัฐ

 

Comments