รุมค้านตกซ้ำชั้น-เทใจให้ปรับปรุงระบบซ่อม

โพสต์10 ต.ค. 2556 20:06โดยPramern Boonsena

"สมพงษ์" เชียร์ใช้ข้อสอบส่วนกลาง แต่ไม่เห็นด้วยตกซ้ำชั้น ระบุ ศธ.เดินถูกทางแล้ว แต่ยังแค่ก้าวเดียว ความจริงต้องแก้ระบบรายงานผล-บริหาร และระบบประเมิน สมศ.ด้วย ส่วนนักการศึกษาอีกกลุ่มไม่เห็นด้วย อ้าง รร.มีหลักสูตรของตัวเองใช้ข้อสอบส่วนกลางไม่ได้ โวยไม่ควรตกซ้ำชั้น ส่วน สพฐ.ลุยต่อ “อภิชาติ” เตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมกำหนดรายละเอียดสัปดาห์หน้า
จากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีแนวคิดจะนำข้อสอบส่วนกลางมาใช้สอบแทนข้อสอบของโรงเรียน และใช้สอบปลายภาคการศึกษา ปีการศึกษาละ 2 ครั้ง เริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 กับนักเรียนชั้น ป.3-5 และชั้น ม.1, 2 พร้อมเดินหน้ายกร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยการวัดผลและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ โดยมีสาระสำคัญจะฟื้นระบบการสอบตกซ้ำชั้นใช้ในปีการศึกษาหน้าด้วยนั้น

รศ.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการใช้ข้อสอบส่วนกลางไปประเมินผล เพราะที่ผ่านมาระบบการวัดและประเมินผลถูกปล่อยละเลยให้เด็กสอบผ่านโดยอัตโนมัติ ขณะที่ข้อสอบของครูแต่ละคนก็ต่างคนต่างออก ทั้งที่ความจริงออกข้อสอบไม่เป็นจนเกิดวัฒนธรรมกลวง แต่ทั้งนี้ หากจะปฏิรูประบบการวัดและประเมินผลโดยสมบูรณ์ ศธ.ยังมีอีก 2 เรื่องต้องทำ ได้แก่ 1.การปรับปรุงระบบรายงานผลและระบบบริหาร ปัจจุบันหากมีนักเรียนผลการเรียนไม่ดีจำเป็นต้องให้ตก ครูจะต้องส่งคำชี้แจงให้กับผู้บริหาร ขณะที่ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเชื่อมโยงกับการประเมินวิทยฐานะและความดีความชอบครู และ 2.การประกันคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพราะปัจจุบันผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนมีส่วนสำคัญให้โรงเรียนผ่านการประเมิน ฉะนั้นหากเด็กตกจำนวนหนึ่งอะไรจะเกิดขึ้นกับผู้บริหารและครูคนนั้น จึงเป็นสิ่งที่ ศธ.ควรแก้ไขด้วย

“ถือว่า ศธ.เดินมาถูกทาง แต่ถูกแค่ก้าวเดียว หากต้องการปฏิรูประบบวัดและประเมินผลทั้งระบบ ก็ต้องแก้ตามที่เสนอไปด้วย ส่วนการตกซ้ำชั้นนั้นมองว่าควรมี แต่ต้องมีเท่าที่จำเป็นจริงๆ โดยเฉพาะเด็กที่ซ่อมเสริม เรียนเสริมไปแล้ว แต่ยังตก ซึ่งก็ต้องซ้ำชั้นกันจริงๆ และผู้ปกครองต้องยอมรับได้ด้วย แต่เรื่องนี้มองว่า ศธ.ควรเน้นแก้ปัญหาที่การซ่อมเสริมของโรงเรียนต้องจริงจังกว่านี้ เพราะปัจจุบันไม่มีเรื่องนี้ในระบบการศึกษาเลย ถึงเกิดระบบผลักดันเด็กอ่อนขึ้นชั้นไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ดี ขอชมนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ที่รู้จุดอ่อน-จุดแข็งทั้งครูและผู้บริหารเป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องนี้เกิดจากการลงพื้นที่ดูโรงเรียนบ่อย ไม่เหมือนอดีตผู้บริหารบางคน” รศ.สมพงษ์กล่าว

รศ.พฤกษ์ ศิริบรรณ อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการทดสอบส่วนกลางในโรงเรียนทั่วประเทศ เพราะข้อสอบระดับชาติจะมีข้อจำกัด เพราะสามารถวัดนักเรียนได้ตามหลักสูตรแกนกลางเท่านั้น ขณะที่แต่ละโรงเรียนมีหลักสูตรเป็นของตัวเอง ซึ่งแต่ละแห่งก็อาจมีความแตกต่างกันตามบริบทของท้องถิ่น ดังนั้นข้อสอบกลางอาจไม่สามารถวัดในส่วนนี้ได้ มองว่าข้อสอบระดับชาติเองก็ควรปรับให้เป็นข้อสอบกลางของแต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแทน โดยอาจให้เขตพื้นที่ฯ ทำข้อสอบกลางเอง จะทำให้สามารถวัดประเมินผลที่แตกต่างกันได้ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันทราบว่าหลายเขตพื้นที่ฯ ก็มีข้อสอบกลางนำไปใช้ในโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ฯ แล้ว

“คิดว่าแนวคิดการให้ข้อสอบกลางของ ศธ.น่าจะเป็นเพราะโรงเรียนปล่อยเกรดจนมีผลต่อคุณภาพการศึกษา แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้อาจจะสุดโต่งและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ผิดหลักการ หากจะนำมาใช้ทุกระดับชั้นไม่คุ้มแน่นอน เช่นเดียวกับแนวคิดที่จะให้มีการฟื้นซ้ำชั้นที่ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้มีมาตรการอื่นๆ ในการแก้ปัญหาในเรื่องคุณภาพการศึกษา การนำระบบเรียนตกซ้ำชั้นอาจจะไม่ได้ช่วยอะไร แต่น่าจะใช้วิธีหากนักเรียนไม่ผ่านในรายวิชาใดก็อาจให้สอบซ่อม ในกรณีที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ แต่ไม่แย่มาก แต่กรณีที่แย่มากๆ ก็ควรให้เรียนใหม่ในรายวิชานั้น แต่ไม่ควรซ้ำชั้นไปเลย” รศ.พฤกษ์กล่าว

รศ.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่ากรณีข้อสอบส่วนกลางที่ สพฐ.จะให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือโรงเรียนไปจัดพิมพ์ข้อสอบเอง จะทำให้ข้อสอบมีมาตรฐานหรือไม่ เพราะคงต้องดูในรายละเอียดก่อน แต่เชื่อว่า สพฐ.ก็มีสำนักทดสอบทางการศึกษาอยู่แล้วคงไม่น่ามีปัญหาอะไร
อย่างไรก็ดี กรณีการเปิด-ปิดภาคการศึกษาของปีการศึกษา 2557 ที่ขณะนี้ได้สรุปให้สถานศึกษาสังกัด สพฐ.เปิดภาคการศึกษาที่ 1 วันที่ 16 พฤษภาคมเหมือนเดิม จนมีเวลาช่วงปิดภาคการศึกษามากขึ้นนั้น จากนี้คงต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ว่าจะมีช่องทางขยับการสอบต่างๆ ทั้งการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ได้เท่าใด เพราะ สทศ.มองว่าการทดสอบต่างๆ ควรเป็นช่วงที่ปิดภาคการศึกษาไปแล้ว เพื่อให้เด็กมีเวลาเรียนในห้องเรียนเต็มที่ เบื้องต้นคงต้องหารือกับหน่วยงานที่นำผลสอบเหล่านี้ไปใช้ ทั้ง สพฐ.ในการนำคะแนนโอเน็ตมาเป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ว่าจะสะดวกขยับการใช้ผลสอบหรือไม่ หากขยับได้ปฏิทินการสอบต่างๆ ก็จะขยับตามได้เช่นกัน

ด้านนายอภิชาติกล่าวว่า กรณีที่จะใช้การทดสอบวัดผลกลางในระดับชั้น ป.3-5 และชั้น ม.1, 2 ก่อนนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ สพฐ.กำลังจะปรับปรุงการเรียนภาษาไทยในระดับชั้นเหล่านี้ จึงคิดว่าหากเริ่มจากระดับชั้นดังกล่าวก็น่าจะดี ส่วนระดับชั้น ป.1, 2 อาจจะยังเล็กเกินไปหากจะเริ่มเลย อย่างไรก็ตาม ทั้งเรื่องของการทดสอบวัดผลกลางและการปรับปรุงยกร่างระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการวัดประเมินผลฯ เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นที่กำลังจะดำเนินการกันเท่านั้น ซึ่งในสัปดาห์หน้าตนจะมีการเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ต่างๆ กันต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาเคยมีรายงานผลการวิจัยขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเรียนซ้ำชั้นที่มีผลสัมฤทธิ์ต่อการเรียน พฤติกรรม และการบริหารจัดการของสถานศึกษาจากประเทศในทวีปต่างๆ ทั่วโลก พบว่าเด็กจะมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นเฉพาะปีที่เด็กซ้ำชั้น เพราะมีมาตรการอื่นๆ มาช่วย แต่ผลการเรียนในระยะยาวไม่ได้ดีขึ้น เพราะปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งเด็กยังรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า ไม่รักตัวเอง และมีปัญหาในการปรับตัว

อย่างไรก็ดี กรณีตกซ้ำชั้นถือเป็นเรื่องเก่าวงการศึกษา เพราะเคยมีทั้งนโยบายและข้อเสนอขณะที่เหล่านักวิชาการก็ออกมาแสดงความเห็นมากมาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ได้แก่ ไม่เห็นด้วย อาทิ นายอมรวิชช์ นาครทรรพ อดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ที่มองว่าการซ้ำชั้นเรียนถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมของนักเรียน เพราะคงไม่มีเด็กอยากตกซ้ำชั้น ทั้งยังเคยเสนอให้ ศธ.ส่งเสริมระบบการสอนซ่อมเสริมให้ดี และลดภาระอื่นที่ไม่ใช่งานสอนของครูด้วย

และที่เห็นด้วย อาทิ ศ.ศิริชัย กาญจนวาสี อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ที่มองว่าควรให้นักเรียนที่ซ่อมเสริมแล้วไม่ผ่านจริงๆ ต้องเรียนซ้ำชั้น ขณะที่การซ่อมเสริมต้องทำอย่างจริงจัง และเครื่องมือวัดและประเมินผลต้องมีคุณภาพเท่ากัน, ศ.กิตติคุณสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร สทศ. มองว่านักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำในแต่ละระดับชั้น จะต้องเข้าสู่กระบวนการซ่อมเสริมที่มีประสิทธิภาพ และหากไม่ผ่านอีกจะต้องเรียนซ้ำชั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะทำให้คุณภาพการเรียนการสอนเข้มข้นขึ้น เพราะทุกวันนี้แม้ว่าจะประเมินมาแล้วนักเรียนมีผลการเรียนต่ำแค่ไหน ก็จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ ทำให้เด็กบางคนที่ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ สามารถจบชั้น ป.6 ได้.

 

ที่มา ไทยโพสต์ 11 October 2556 

Comments