ผลวิจัยแท็บเล็ตป.1หลากปัญหาที่ไร้คำตอบ

โพสต์30 ส.ค. 2556 01:42โดยPramern Boonsena

.....

เผยผลวิจัยโครงการแท็บเล็ตป.1ของสพฐ. กับสารพัดคำถามและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

ผ่านมาเป็นเวลากว่า 1 ปี หลังจากที่โครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา หรือ แท็บเล็ตป.1 เริ่มไปตั้งแต่ 2555 ล่าสุด "จาตุรนต์ ฉายแสง" รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมายอมรับว่า ผลการวิจัยการใช้แท็บเล็ต ป.1 ที่จัดทำขึ้นโดย ศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศนฐ.) ของ สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)นั้น พบว่า ครูและนักเรียนยังคงใช้ศักยภาพแท็บเล็ตที่ได้รับแจกประกอบการเรียนการสอนเพียง 20% ซึ่งถือว่ายังน้อย ทำให้ต้องหาแนวทางและจัดทำแผนเพื่อกระตุ้นให้มีการใช้งานมากยิ่งขึ้น

ในรายละเอียดของงานวิจัยดังกล่าวยังพบว่า แท็บเล็ต ป.1 ยังประสบปัญหาเดิมที่ถูกกล่าวถึงมาโดยตลอด นั่นคือเรื่องปัญหา ความไม่พร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องครูผู้สอนที่ ยังไม่สามารถปรับเนื้อหาการเรียนการสอนจากแท็บเล็ตให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่นได้ รวมถึงยังมีข้อกังวลว่าอุปกรณ์ดังกล่าว จะกระตุ้นให้เด็กติดเกมมากขึ้น โดย ศธ. ได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพัฒนาเกมที่ส่งเสริมการเรียนรู้นำมาบรรจุในแท็บเล็ตมากยิ่งขึ้นเพื่อแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว

นอกจากนี้ผลวิจัยยังสะท้อนว่า แท็บเล็ตป.1 ต้องประสบปัญหาทางเทคนิคต่างๆ เช่น แบตเตอรี่หมดเร็ว ใช้งานได้ติดต่อกันน้อยกว่า 6  ชั่วโมง เครื่องร้อน โดยโรงเรียนหลายแห่ง เสนอให้ส่วนกลางจัดสรรงบประมาณการจัดซ่อมบำรุงแท็บเล็ต และสำรองเครื่องเพื่อรองรับปัญหา แต่ก็ยังไม่ได้รับการจัดการมากนัก

ที่สำคัญหลายพื้นที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ ทำให้แท็บเล็ตไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้  โดยกรณีนี้ได้รับรายงานว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)กำลังดำเนินการติดตั้งในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ประมาณ 3 หมื่นแห่ง มีความคืบหน้าว่าติดตั้งได้แล้ว 50%

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ ได้ระบุว่า ผลการเรียนรู้ของนักเรียนจากที่ใช้แท็บเล็ต โรงเรียนกว่า 50 % มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้น วิชาภาษาไทย มีคะแนนเพิ่มขึ้น 56.82 % คณิตศาสตร์ 55.45 % วิทยาศาสตร์ 56.14 % สังคม 52.95% วิชาศิลปะ 53.64 % การอาชีพ 54.55% สุขศึกษา 57.27% ส่วนภาษาอังกฤษ 62.05%  โดยอธิบายว่า การใช้แท็บเล็ตมีข้อดี คือ เด็กสนุกสนาน มีแรงจูงใจในการเรียน และช่วยให้เด็กที่เรียนรู้ช้า หรือเด็กพิเศษมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

ปัจจุบัน สพฐ. ยังใช้สื่อการเรียนการสอนในแท็บเล็ตแบบออฟไลน์ในเนื้อหา 5 วิชา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสังคมศึกษา ชั้นป.1-ป.3 จำนวน 2,310 บทเรียน ส่วนม.1 และม.3 มี 1,020 บทเรียน และยังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับแท็บเล็ต ชั้น ป.2 วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ 400 เรื่อง รวมทั้งกำลังพัฒนาเนื้อหาของชั้น ป.2 ป.3 ใน 5 วิชาหลัก อีก 1,100 เรื่อง ซึ่งสิ่งที่ถือเป็นปัญหาจากส่วนนี้ คือ เนื้อหาส่วนใหญ่ยังเหมือนในหนังสือเรียน

แม้ผลวิจัยจะยืนยันว่าแท็บเล็ตทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น แต่ผลวิจัยชิ้นนี้ก็เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาโดยตลอดว่า เป็นการดำเนินการแบบ ทำเอง ชงเอง เพราะผู้ที่ทำงานวิจัยเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ จึงยากที่จะเห็นผลลบต่อโครงการแท็บเล็ต รวมทั้งเนื้อหางานวิจัยยังไร้คำตอบที่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยอยากได้ยิน นั่นคือ มีการวางแผนระยะยาวสำหรับแท็บเล็ตที่จะเริ่มกลายเป็นอุปกรณ์ตกรุ่นใกล้สิ้นสุดระยะประกันอย่างไร

เพราะเงื่อนไขที่กำหนดไว้คือ โรงเรียนต้องดูแลแท็บเล็ตในฐานะที่เป็นครุภัณฑ์ของโรงเรียนไปจนกว่าจะครบกำหนด 3 ปีก่อนที่จะมอบให้เป็นสมบัติของเด็กไปในที่สุด ขณะที่ผู้ปกครองมองว่า เมื่อเป็นอุปกรณ์ที่แจกฟรีตามนโยบายของรัฐบาล สิ่งที่ได้ฟรีไม่ควรที่จะกลายเป็นภาระใดๆให้กับนักเรียนอีก

 

 

 

ที่มา โพสต์ทูเดย์ วันที่ 29 สิงหาคม 2556

Comments