พี่น้อง3ป.แห่ง'บูรพาพยัคฆ์'ผนึกกำลังทำภารกิจ'เพื่อชาติ' พี่น้อง3ป.แห่ง'บูรพาพยัคฆ์' ผนึกกำลังทำภารกิจ'เพื่อชาติ' : คม ชัด ลึก

โพสต์2 มิ.ย. 2557 00:47โดยPramern Boonsena

 เป็นไปตามความคาดหมายว่า หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ดำเนินการยึดอำนาจรัฐ และดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งจะต้องมีการตั้ง "คณะที่ปรึกษา" ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมือง เข้ามาช่วยงานคสช. ที่โครงสร้างเดิมล้วนแต่เป็นนายทหารในกองทัพทั้งสิ้น

               ในจำนวน 10 รายชื่อของคณะที่ปรึกษาคสช. เชื่อว่ามีอยู่ 2 รายชื่อที่คุ้นหูคนส่วนใหญ่มานานนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง โดยเฉพาะการถือกำเนิดของกลุ่ม นปช.ในปี 2552 เป็นต้นมา นั่นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม ในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์เช่นเดียวกัน

               กล่าวเฉพาะ พล.อ.ประวิตร ซึ่งถือว่าเป็นนายทหารที่มี "คอนเน็กชั่น" ลึกล้ำ และกว้างขวางทั้งในแวดวงทหาร ธุรกิจ รวมทั้งแวดวงตำรวจที่มี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาก่อนในช่วงปี 2551 จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประวิตร จะได้รับการกล่าวถึงในการผลักดัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

               เป็นที่รับรู้กันดีว่าในช่วงของเหตุการณ์ทางการเมืองปี 52-53 ทั้ง พล.อ.ประวิตร พล.อนุพงษ์ และพล.อ.ประยุทธ์ เป็น "กำลังสำคัญ" ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในการรับมือการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยขณะนั้น พล.อ.ประวิตร มีสถานะเป็น รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เป็นผบ.ทบ. และพล.อ.ประยุทธ์ ก้าวขึ้นมาเป็นรองผบ.ทบ. ขยับเข้ามาในไลน์ 5 เสือทบ.ในปี 53 และได้ขึ้นเป็นผบ.ทบ. ในที่สุด

               มีคนกล่าวถึงทั้งสามว่า ไม่เพียงมีชื่อที่ออกเสียงด้วยอักษร ป. คือ "ป้อม (ประวิตร) - ป๊อก (อนุพงษ์) - ประยุทธ์" แต่ยังมีเส้นทางการรับราชการในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) หรือที่เรียกขานกันว่า "บูรพาพยัคฆ์" แทบจะทั้งชีวิตราชการ ทั้งสามจึงมีสถานะเป็นทั้งนาย-ลูกน้อง และพี่กับน้องมาโดยตลอด

               นอกจากนี้ หากนับตามรุ่นแล้วทั้งสามคนอยู่ในรุ่นที่ใกล้เคียงกัน โดย พล.อ.ประวิตร เตรียมทหารรุ่นที่ 6 (ตท.6) พล.อ.อนุพงษ์ ตท.10 แต่ถูกจัดเป็น "ตท.10/1" เพราะมีจุดยืนตรงข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็น ตท.10 เหมือนกัน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตท.12

               ด้วยเส้นทางการรับราชการ ตลอดจนรุ่นที่ใกล้เคียงกัน และต่างก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งยอดสุดของกองทัพบกมาด้วยกัน นายทหารทั้งสามจึงถูกเรียกขานว่า "พี่น้อง 3 ป." แห่ง "บูรพาพยัคฆ์" ที่มีบทบาททางการเมืองสูง ถัดจากเตรียมทหารรุ่นที่ 6 หรือ "ตท.6" ที่ก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพแบบ "ยกแผง" เมื่อปี 49 ก่อนจะนำมาสู่การยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณในเวลาต่อมา

               แต่เส้นทางของทั้งสามก็ผกผันอีกครั้งตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เกษียณอายุราชการ และ พล.อ.ประวิตร ก็พ้นจากวงจรอำนาจในตำแหน่งรมว.กลาโหม ท่ามกลางการจับตามองว่า บทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากนั้นจะดำเนินไปอย่างไร

               อย่างไรก็ตาม แม้จะพ้นจากวงจรอำนาจไปแล้ว แต่ พล.อ.ประวิตร ก็ได้รับการกล่าวถึงอยู่เนืองๆ และยังถูกแกนนำนปช. ปล่อยข่าวว่าเป็น "แคนดิเดต นายกฯ" อยู่เป็นระยะ ทั้งนี้ ด้วยบารมีในแวดวงการทหาร และการเมือง จึงทำให้ พล.อ.ประวิตร ได้รับการยอมรับนับถือจากน้องๆ นายทหารระดับสูงทั้งในกองทัพ และตำรวจ ซึ่งมักจะเข้ามาอวยพรวันเกิดอย่างเนืองแน่นเป็นประจำทุกปี

               ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ดำรงตนเป็น "ทหารอาชีพ" ในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน รวมทั้งยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ "ผู้ใต้บังคับบัญชา" ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะเดียวกันเส้นทางของ 3 พี่น้องก็ยังไม่ห่างหายกันไปไหน โดยยังมีกิจกรรมนอกเหนือจากภารกิจทางราชการทำร่วมกันมาโดยตลอด ทั้งงานราษฎร์ และงานบุญ

               โดยเฉพาะภารกิจใน "มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด" ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธานมูลนิธิ โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษา คสช.อีกรายเป็นรองประธานมูลนิธิ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้ง พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนตท.6 ของ พล.อ.ประวิตร และที่ปรึกษาคสช. ร่วมเป็นกรรมการมูลนิธิด้วย

               ทั้งนี้ เนื่องจาก พล.อ.อนุพงษ์ มีบ้านพักรับรองภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ซึ่งเป็นที่ตั้งของมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และยังมีบ้านพักรับรองภายใน ร.1 รอ.ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน จึงทำพี่น้อง 3 ป. ได้มีโอกาสพบปะกันอยู่บ่อยครั้ง โดยใช้มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน

               จึงมีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า มีการใช้สถานที่ใน ร.1 รอ. เพื่อหาทางออกของประเทศในช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังเป็นนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการ กปปส. แต่การหารือไม่ได้ข้อสรุปร่วมกัน แม้กองทัพจะพยายามอำนวยความสะดวกในการเจรจาอย่างเต็มที่มาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา

               จะเห็นได้ว่า เส้นทางของพี่น้อง 3 ป.แห่งบูรพาพยัคฆ์มักจะเดินมาบรรจบกันโดยตลอด แม้พี่ใหญ่ พี่รองจะเกษียณอายุราชการ และพ้นจากวงจรอำนาจไปแล้ว แต่เมื่อน้องคนสุดท้องต้องเข้ามารับภารกิจเพื่อชาติ และเพื่อหยุดยั้งการจลาจลนองเลือดของผู้คนในชาติ พี่น้อง 3 ป.แห่งบูรพาพยัคฆ์จึงต้องกลับมารวมตัว เพื่อภารกิจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของทั้ง 3 คนอีกครั้ง

.............................................


(หมายเหตุ : พี่น้อง3ป.แห่ง'บูรพาพยัคฆ์' ผนึกกำลังทำภารกิจ'เพื่อชาติ' : ทีมข่าวความมั่นคง)

ą
Pramern Boonsena,
2 มิ.ย. 2557 00:47
Comments