เปิดปมแท็บเล็ตเด็กป.1 เสียนับแสนเครื่อง!

โพสต์10 ต.ค. 2556 20:08โดยPramern Boonsena

กลายเป็นประเด็นอีกครั้งกับโครงการประชาชนนิยมแห่งปี สำหรับแท็บเล็ตเด็กประถมศึกษาปีที่1 ที่เริ่มต้นโครงการตั้งแต่ปี2555 ก็มีกระแสข่าวการทุจริตงบประมาณโครงการ ตลอดจนปัญหาการจัดซื้อออกมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) พบว่า มีแท็บเล็ตในโครงการแจกเด็กประถมศึกษาปีที่1ประจำปีการศึกษา 2555 ของรัฐบาลมีเครื่องเสีย ส่งซ่อมแล้ว 2.58 แสนเครื่อง คิดเป็น 30% ของจำนวนเครื่องทั้งหมด

“เดลินิวส์ออนไลน์” ได้สอบถามถึงข้อเท็จจริงกับ น.อ.สุรพล นะวะมวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยน.อ.สุรพล กล่าวว่า ข้อมูลที่ทางน.ส.มัลลิกาออกมาเปิดเผยนั้นเป็นความจริงที่ว่าแท็บเล็ตในโครงการเสียและส่งซ่อม โดยจากรายงานสรุปการซ่อมเครื่องแท็บเล็ตของทางบริษัทเสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนท์ฟิก ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2555 ถึง เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 พบว่า มีเครื่องแท็บเล็ตส่งซ่อมจำนวนทั้งสิน 5,344 เครื่อง คิดเป็น 0.62% ของจำนวนแท็บเล็ตที่แจกในโครงการ 858,886 เครื่อง

ซึ่งจากการตรวจสอบที่มาของตัวเลข 2.58 แสนเครื่อง พบว่า เกิดจากความผิดพลาดด้านการสื่อสาร เนื่องจากเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางสำนักงานเขตการศึกษาพื้นฐาน(สพฐ.) ภาคเหนือเห็นว่าใกล้หมดระยะเวลาประกันเครื่องแท็บเล็ต 1 ปี ตามที่ระบุไว้ในสัญญา จึงแจ้งไปยังโรงเรียนในพื้นที่ให้ทำการตรวจสอบความเสียหายของตัวเครื่อง แต่ทางโรงเรียนเกิดความเข้าใจผิด จึงทำการส่งเครื่องแท็บเล็ตทั้งหมดให้ทางศูนย์แอดไวซ์ที่เป็นศูนย์ซ่อมแท็บเล็ตจากบริษัทเสิ่นเจิ้น สโคปฯ เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์กำลังตรวจเช็คสภาพเครื่องแท็บเล็ตและทยอยส่งคืนให้โรงเรียน

ด้วยเหตุที่ข้อมูลคลาดเคลื่อน น.อ.สุรพล ชี้แจงเงื่อนไขการซ่อมแซมเครื่องแท็บเล็ตที่อยู่ภายในประกันจะต้องไม่เกิน 5 วัน ซึ่งหากใช้ระยะเวลา 5 วัน ทางบริษัทจะต้องมีเครื่องสำรองทดแทนให้ผู้ใช้ก่อน หากกระทรวงตรวจสอบพบว่าผู้ขายไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขจะดำเนินการหักค่าค้ำประกันตามสัญญาต่อไป และในกรณีเครื่องที่อยู่นอกประกัน เช่น การทำเครื่องตกหน้าจอแตก หรือเปียกน้ำ จะต้องมีการยินยอมจากทางโรงเรียนหรือผู้ปกครองก่อน มิเช่นนั้นทางบริษัทก็ไม่สามารถทำการซ่อมเครื่องได้ เพราะมีค่าใช้จ่าย

สำหรับการตรวจสอบเครื่องที่อยู่ในเงื่อนไขประกันที่ใช้ระยะเวลาซ่อม 5 วัน ทางไอซีทีมีแนวทางการดำเนินงานคือ ให้ทางบริษัทรายงานการส่งซ่อม โดยต้องระบุวันที่ส่งเครื่องซ่อมจนถึงวันที่แล้วเสร็จแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สพฐ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ทำเป็นรายงานผลการส่งซ่อมเครื่องแท็บเล็ตให้ทางกระทรวงทราบ เพื่อใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับข้อมูลของทางบริษัทต่อไป และหากมีการปิดศูนย์ซ่อมต้องแจ้งเตือนไปยังโรงเรียนเจ้าของแท็บเล็ตล่วงหน้าก่อน

ทั้งนี้กระทรวงไอซีทีได้ทำการตรวจสอบศูนย์ซ่อมของบริษัทเสิ่นเจิ้น สโคปฯ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแท็บเล็ตในโครงการทั้งหมด พบว่า ไม่มีการปิดศูนย์ซ่อมแต่อย่างใด มีเพียงย้ายสถานที่ไปอยู่บริเวณใกล้เคียง จำนวน 3 จุด เท่านั้น และไม่มีเครื่องตกค้างอยู่ที่ศูนย์ซ่อม

ทั้งนี้น.อ. สุรพล ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า จำนวนเครื่องที่ส่งซ่อมคิดเป็น 0.62% นี้ ยังไม่ถึง1% ตามสัญญาด้านเทคโนโลยีโดยข่าวปัญหาแท็บเล็ตในครั้งนี้ สร้างความเสียหายต่อทางบริษัทเสิ่นเจิ้น สโคปฯ แต่ไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้!

ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2556 

Comments