ก.ค.ศ.ชงยกระดับพัฒนาวิชาชีพครู-เพิ่มเงินพิเศษสาขาขาดแคลนจูงใจ

โพสต์19 พ.ย. 2556 18:16โดยPramern Boonsena

นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยความคืบหน้าการยกระดับและพัฒนาวิชาชีพครูตามนโยบายของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าสำนักงาน ก.ค.ศ.จะเสนอให้ที่ประชุมที่มีนางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. เป็นประธานพิจารณาในเรื่องของการตีค่าคุณวุฒิของผู้ที่จะบรรจุเป็นครูผู้ช่วยในสาขาวิชาขาดแคลน 4-5 วิชา อาทิ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เป็นต้น เพื่อให้ได้คนดีคนเก่งเข้ามาเป็นครู


เบื้องต้นแนวคิดนี้จะให้เงินเพิ่มพิเศษหรือค่าตอบแทนพิเศษแก่ผู้ที่บรรจุในสาขาที่ขาดแคลนเพิ่มมาจากเงินเดือนปกติที่ได้รับ 15,000 บาท และหากได้รับความเห็นชอบจะต้องออกเป็นกฎ ก.ค.ศ.กันต่อไป นอกจากนี้ จะให้มีการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูใหม่แยกเป็นสายประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา เพื่อให้ตรงสายงานตามความก้าวหน้า แต่ในปัจจุบันจะใช้มาตรฐานตำแหน่งรวมในขณะที่ปัจจุบันมีโรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้น และเกี่ยวพันกับเรื่องการโยกย้าย ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานตำแหน่งที่แยกออกไปแต่ละสาย


ส่วนการประเมินวิทยฐานะที่ ก.ค.ศ.กำลังปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์วิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 17/2552 ในสายผู้สอน สายผู้บริหารการศึกษา สายผู้บริหารสถานศึกษา และสายศึกษานิเทศก์ซึ่งจะให้น้ำหนักของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมากขึ้นกว่าเดิมนั้น จะมีการเสนอให้ใช้เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะเพิ่มอีกทางเลือกหนึ่งคือเป็นการประเมินวิทยฐานะเชิงอนาคตที่จะนำมาใช้กับทุกวิทยฐานะ โดยจะเป็นลักษณะการประเมินที่จะต้องมีการทำข้อตกลงกับเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและครูที่จะเข้ารับการประเมินจะต้องทำข้อตกลงกับผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งจะมีการประเมินเป็นระยะอาจจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ที่จะผ่านเกณฑ์การประเมิน


สำหรับการประเมินวิทยฐานะเชิงอนาคต จะเป็นผลดีกับการจัดการเรียนการสอนที่ครูจะไม่ทิ้งห้องเรียน และครูจะต้องมีการพัฒนาตนเอง โดยจะต้องมีการทำข้อตกลงด้วยว่าในระหว่างการประเมินครูจะต้องไม่ย้ายไปที่โรงเรียนอื่น อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้หากได้รับความเห็นชอบสำนักงาน ก.ค.ศ.ก็พร้อมจะเดินหน้าต่อไปเพื่อการยกระดับและพัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งจะต้องมีการนำเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบต่อไปด้วย

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 

Comments