"ชินภัทร" เผยมั่นใจ กพฐ.คนใหม่เก่ง รับยังห่วงเรื่องเเท็บเล็ตต้องเร่งศึกษาจุดอ่อน

โพสต์30 ก.ย. 2556 21:19โดยPramern Boonsena

สพฐ.จัดงานอำลาผู้เกษียณอายุ “ชินภัทร-เบญจลักษณ์” พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ “ชินภัทร” ย้ำ สพฐ.เป็นหน่วยสำคัญระบุ 4 ปี ผ่านมาประสบความสำเร็จ หลายเรื่องทั้ง ร.ร.ดีประจำตำบล ร.ร.มาตรฐานสากล รับยังห่วงปัญหาแท็บเล็ตที่ล่าช้าต้องเร่งศึกษาจุดอ่อน 2 ปีที่ผ่านมา แก้ไขเพื่อปีถัดไป มั่นใจเลขาธิการ กพฐ.คนใหม่เก่งและรอบรู้งานการศึกษาโดยรวม


นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการ กพฐ.ได้เข้าร่วมอำลาตำแหน่งในโอกาสเกษียณอายุราชการ พร้อมมอบโล่ให้กับข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เกษียณอายุราชการ พร้อมกัน 34 ราย โดย นายชินภัทร กล่าวว่า สพฐ.นั้นมีความสำคัญมาก เป็นตัวชี้ขาดในเรื่องการพัฒนาประเทศ เพราะเด็กเยาวชนไทยทุกคนต้องผ่านการศึกษาระดับนี้ เพราะฉะนั้น คุณภาพของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างไร ก็หมายถึงอนาคตของประเทศชาติ ตลอดระยะเวลา 4 ปี ในการทำหน้าที่ เลขาธิการ กพฐ.ตนได้พยายามใช้ความคิดและองค์ความรู้ต่างๆ ที่มี เพื่อให้งานต่างๆ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ แต่ความคิดของผู้บริหารอย่างเดียวคงไม่ใช่จุดตัดสิน แต่การถ่ายทอดความคิดสู่การปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ใน 4 ปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จหลายเรื่อง ไม่ใช่มีแต่ความล้มเหลวผิดพลาด โดยเรื่องที่ประสบความสำเร็จ เช่น โรงเรียนมาตรฐานสากล โรงเรียนดีประจำตำบล การบริหารโรงเรียนรูปแบบนิติบุคคล และการพัฒนาไอซีทีเพื่อการเรียนการสอนก้าวหน้าไปมาก ซึ่งจะทำให้เราสามารถปฏิรูปการเรียนเปลี่ยนการสอนได้ก้าวหน้าต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการวิเคราะห์และนำเสนอไปยัง รมว.ศึกษาธิการ เป็นลำดับ และเชื่อว่าจากนี้ ข้าราชการ สพฐ.ทุกท่านที่ยังปฏิบัติหน้าที่จะสานต่ออย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการรณรงค์การอ่านออก เขียนได้ และสื่อสารรู้เรื่อง รวมถึงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อเตรียมการทดสอบ PISA ในอีก 2 ปีข้างหน้า

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับเลขาธิการ กพฐ.คนใหม่นั้นมีความมุ่งมั่น รอบรู้งานการศึกษาในภาพรวมอยู่แล้ว และได้เข้าร่วมประชุมองค์กรหลักมาตลอด ก็คงได้รับทราบแนวนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ และด้วยประสบการณ์ในการบริหารงานบุคคลของท่านก็คงจะมีวิธีการขับเคลื่อนเพื่อให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รมว.ศึกษาธิการ ก็ได้มอบนโยบายให้เกิดความรับผิดชอบในการประเมินความดีความชอบและวิทยฐานะนั้นจะต้องตอบคำถามในเรื่องประสิทธิภาพให้ชัดเจนด้วย ก็คิดว่าในประเด็นนี้ เลขาธิการ กพฐ.คนใหม่ก็คงจะรับมาวางระบบงานต่อไป

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนงานที่ยังเป็นห่วง ก็มีหลายเรื่อง เพราะงานบางเรื่องติดขัดกับระเบียบ เนื่องจากเป็นงานใหม่ เช่น เรื่องแท็บเล็ต ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับปรุงวิธีการ ซึ่ง รมว.ศธ.ก็เคยบอกให้ สพฐ.ประมวลประสบการณ์ของปีที่ 1 และปีที่ 2 เพื่อให้รู้ว่าจุดอ่อนของกระบวนการคืออะไร เพราะเจตนารมณ์ก็เพื่อต้องการใช้เทคโนโลยีไปพัฒนาการเรียนการสอน แต่เรากลับต้องมาติดขั้นกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่นาน เนื่องจากระเบียบต่างๆ และการตรวจสอบมีการวางระบบไว้ ซึ่งเราจะต้องผ่านทุกขั้นตอนตามระเบียบและระบบการตรวจสอบ แต่ในปีต่อๆ ไป หากเรามีการสรุปบทเรียนและทำให้มีความกระชับมากขึ้น ก็จะทำให้การจัดสรรเครื่องแท็บเล็ตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และประโยชน์จากการใช้ก็จะคุ้มค่ามากกว่าปีที่ผ่านมา

“วันนี้ถือว่าเป็นวันที่มีความรู้สึกปะปนกันทั้งระหว่างสิ่งที่เรารอคอย กับสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น และเป็นวันที่รวมกำลังใจของข้าราชการทุกฝ่ายมาให้กำลังใจกับผู้ที่กำลังจะพ้นจากหน้าที่ราชการไปเป็นบทสรุปฉากหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ส่วนที่ว่าหลังจากเกษียณแล้วจะทำอะไรนั้น ในช่วงแรกก็จะขอไปสูดอากาศลึกๆ ให้เต็มปอดก่อน แต่จะกลับมามีบทบาทหรือทำหน้าที่ที่ ศธ.หรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับ รมว.ศึกษาธิการ ว่าท่านอยากให้ผมกลับมาช่วยทำเรื่องอะไร ซึ่งก่อนหน้านั้น นายจาตุรนต์ ได้เคยพูดไว้เมื่อครั้งมามอบนโยบายที่ สพฐ.ว่าประสบการณ์ความรู้ผมน่าจะเป็นประโยชน์กับกระทรวง” นายชินภัทร กล่าว

 

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กันยายน 2556 

Comments