"จาตุรนต์" พร้อมลงนามคำสั่งปลด"ศศิธารา"

โพสต์13 มี.ค. 2557 20:10โดยPramern Boonsena

"ศศิธารา"ใกล้หมดเวลาในชีวิตราชการ "จาตุรนต์" พร้อมลงนามในคำสั่งปลดออกจากราชการ หลัง กกต.มีมติเสียงข้างมาก3ต่อ1 เห็นชอบตามมติอ.ก.พ.ศธ. ส่วนอีก2คดีที่เหลือยังเดินหน้าต่อเชื่อใช้เวลาไม่นานได้ขอสรุปเพราะมีข้อมูลพื้นฐานที่เชื่อมโยงอยู่แล้ว

วันนี้(13 มี.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ ศธ.ได้ทำหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)รับทราบมติคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนสามัญ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (อ.ก.พ.สกศ.) ทำหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการที่ให้ปลด ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ออกจากราชการกรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์อาชีวศึกษาภายใต้โครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่2(เอสพี2)ที่เอกสารสำคัญสูญหาย แต่ได้มีการอนุมัติเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างและส่อว่าอาจมีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้ราชการได้รับความเสียหายว่า ขณะนี้ทราบอย่างไม่เป็นทางการว่า กกต. มีมติเสียงข้างมาก3ต่อ1เห็นชอบตามมติ อ.ก.พ.ศธ.แสดงว่า กกต.ก็เห็นแนวเดียวกันว่ากรณีนี้ไม่มีผลกับการเลือกตั้ง และเป็นที่ชัดเจนว่า รมว.ศธ.สามารถลงนามออกคำสั่งปลดได้ ทั้งนี้คาดว่ากกต.น่าจะแจ้งมติกกต.อย่างเป็นทางการในวันสองวันนี้ จากนั้นตนจะลงนาม ออกคำสั่งและส่งเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)และนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป อย่างไรก็ตามในระหว่างที่รอการโปรดเกล้าฯให้ดร.ศศิธารา พ้นจากตำแหน่งนั้น จะต้องให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจต่างฝ่ายต่างต้องไปศึกษากฏหมาย 

"ชัดเจนแล้วว่ารัฐมนตรีสามารถลงนามออกคำสั่งได้ โดยเป็นเรื่องความเข้าใจในแนวทางเดียวกันไม่ซับซ้อน เพราะเป็นเรื่องการทำตามกฏหมาย เมื่อทำตามกฏหมายแล้วก็ไม่สามารถกลับมาแก้ไขอะไรได้ ซึ่งประเด็นก็คือไม่สามารถกลับมาแก้ไขมติการลงโทษ ไม่ว่ากกต.จะเห็นอย่างไร อ.ก.พ.ก็ประชุมอีกไม่ได้ สำหรับอีก 2 คดี ที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยไปแล้วก็ยังต้องดำเนินการต่อไป แต่อาจไม่ใช้เวลาเป็นปี ๆ อีก เพราะมีพื้นฐานเชื่อมโยงกับเรื่องที่สอบสวนไปแล้ว และเรื่องที่ตั้งกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมก็เป็นข้อค้นพบของคณะกรรมการสอบสวน"นายจาตุรนต์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามหลังจากมีคำสั่งปลดออกแล้ว ดร.ศศิธารา ก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์กับคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม(กพค.)หรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ได้แล้วแต่กรณี หรือจะฟ้องร้องทางแพ่งก็สามารถทำได้ตามสิทธิ์ 

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีนายภูมิพิชญ์ วโรดมรุจิรานนท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงคราวเดียวกับดร.ศศิธารา นั้น ขณะนี้ได้มอบให้ฝ่ายกฏหมายไปตรวจสอบแล้ว เนื่องจากนายภูมิพิชญ์ ได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว และในการประชุมอ.ก.พ.สอศ.ทำหน้าอ.ก.พ.ศธ.ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ก็น่าจะมีเรื่องเข้าพิจารณาด้วย ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ.ที่ลงนามให้มีการเบิกจ่ายค่าครุภัณฑ์ 884 ล้านบาท ต่อจากดร.ศศิธารา นั้น เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียด แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อปลดดร.ศศิธารา ออกจากราชการแล้วจะมีการแต่งตั้งผู้บริหารขึ้นมาทดแทนหรือไม่ ตามกฏหมายสามารถทำได้ โดยการเสนอชื่อเข้าครม.เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่เพราะต้องมีคนมาปฏิบัติงาน และหน่วยงานนี้ก็เป็นหน่วยงานวิชาการทำเรื่องนโยบายการศึกษาของชาติ ซึ่งไม่เกี่ยวกับงานการเมือง แต่ทั้งนี้ก็ให้เรื่องคำสั่งปลดเรียบร้อยก่อน ส่วนจะย้ายสลับผู้บริหารพร้อมกันหรือไม่นั้น ตอนนี้คิดว่าไม่เหมาะสมเพราะจะทำให้เรื่องที่ทำได้กลายเป็นทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะทำเท่าที่จำเป็นจริง ๆ 

 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันพฤหัสบดี 13 มีนาคม 2557

Comments